ดันลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม เป็นคดีฟอกเงิน จัดการขั้นเด็ดขาด
สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามีข่าวใหญ่ในแวดวงสิ่งแวดล้อมมาอัปเดตกันครับ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเราทุกคนที่ต้องเจอผลกระทบจากมลพิษ นั่นก็คือประเด็นที่ คพ. จับมือกับ ปปง. และกรมโรงงานฯ เพื่อผลักดันให้การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม เป็นคดีฟอกเงิน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยจัดการกับผู้กระทำความผิดได้อย่างเฉียบขาดมากขึ้นครับ
เหตุผลที่ต้องดันลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม เป็นคดีฟอกเงิน
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องยกระดับความผิดให้กลายเป็นคดีฟอกเงิน? ปัจจุบันปัญหามลพิษจากการทิ้งของเสียไม่เป็นที่กำลังสร้างความเสียหายอย่างหนักครับ ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้ชี้แจงว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทาง ปปง. เพื่อปรับแก้กฎหมายให้ครอบคลุมและเอาผิดกับขบวนการเหล่านี้ได้ถึงตัวการใหญ่ โดยมุ่งเน้นไปที่การยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดนั่นเองครับ
การดำเนินงานเพื่อเอาผิด ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม เป็นคดีฟอกเงิน
สำหรับการดำเนินงานในขั้นต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งขับเคลื่อนดังนี้ครับ:
- เร่งปรับแก้บทนิยามความผิดให้ชัดเจนเพื่อส่งให้กรรมาธิการสภาฯ
- กำหนดประเภททรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดให้ครอบคลุม
- วางเกณฑ์การคำนวณมูลค่าผลประโยชน์ที่ผู้กระทำผิดได้รับ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล
การผลักดันให้การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม เป็นคดีฟอกเงินนั้น ไม่ใช่แค่การปรับเงินเพียงเล็กน้อยเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็นการใช้กฎหมายฟอกเงินที่มีบทลงโทษสูงและสามารถยึดทรัพย์ได้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ผู้ประกอบการที่คิดจะทำผิดต้องเกรงกลัวกฎหมายมากขึ้นครับ
ในฐานะประชาชน เราคงต้องติดตามกันต่อไปครับว่าการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จะสำเร็จเมื่อไหร่ เพราะสิ่งแวดล้อมที่สะอาดเป็นสิทธิพื้นฐานของเราทุกคน การจัดการกับผู้ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยกฎหมายที่รุนแรงจึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งครับ หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จริง เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาขยะพิษที่ถูกนำไปทิ้งตามที่ต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมแน่นอนครับ