ดีเอสไอจ่อรับเขากระโดงเป็นคดีพิเศษ เชิญกุสุมาลวตี-ทนายอั๋นให้ปากคำ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมรับคดีเขากระโดงเป็นคดีพิเศษหลังพบหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบในพื้นที่เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็นที่ดินของรัฐ และเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายคน รวมถึงกลุ่มการเมือง
ดีเอสไอจ่อรับเขากระโดงเป็นคดีพิเศษ
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสืบสวนเรื่องข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้ชื่อเรื่องสืบสวนที่ 97/2568
จากการลงพื้นที่พบว่า พื้นที่เขากระโดงมีหน่วยงานของรัฐหลายแห่งเข้าไปตั้งอยู่ โดยมีพื้นที่ที่ดินรวมกว่า 5,083 ไร่ และมีการรังวัดใหม่ซึ่งพบว่ามีที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยจำนวน 271 แปลงซึ่งควรอยู่ในพื้นที่ของรัฐ
สอบปากคำผู้ร้องทุกข์เพิ่มเติม
ล่าสุด ดีเอสไอได้เชิญ นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท (เจ๊แมว) และ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น) ให้เข้ามาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม เพื่อประกอบข้อมูลในการพิจารณายกเรื่องให้อธิบดีรับเป็นคดีพิเศษ
ข้อมูลที่ได้รับจากการสอบสวนยังชี้ให้เห็นอีกว่า พื้นที่ที่มีการออกโฉนดมาก่อนปี พ.ศ. 2447 และ 2458 นั้น มีความโดดเด่นว่าอาจมีการกล่าวอ้างสิทธิ์ที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง จากการตรวจสอบสารบบที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงการรถไฟฯ
ทั้งนี้ ดีเอสไอยังพบความเชื่อมโยงว่า การออกโฉนดในบางส่วนอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้อง จึงต้องมีการสอบสวนเชิงลึก และอาจขยายผลให้กว้างขึ้น หากพบการกระทำผิดกฎหมาย
โอกาสที่จะยื่นproposalเพื่อขอรับเป็นคดีพิเศษ
ดีเอสไอได้เตรียมขั้นตอนการเสนอคดีให้อธิบดีพิจารณารับเป็นคดีพิเศษโดยเร็ว เชื่อว่าจะมีการยื่นภายในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ พร้อมข้อมูลความผิดที่อาจเข้าข่ายมาตรา 108 ทวิ แห่งกฎหมายที่ดิน และอาจดำเนินการร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ด้วย
- การบุกรุกที่ดินของรัฐ
- โฉนดที่ดินที่มีขนาดเกิน 50 ไร่
- ความผิดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- เส้นทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน
พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวอีกว่า หากคดีได้รับการพิจารณารับแล้วนั้น ดีเอสไอจะดำเนินการสอบปากคำพยานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน อย่างครอบคลุม เพื่อสรุปข้อเท็จจริงให้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่ใช่คดีพิเศษอย่างเป็นทางการ แต่การลงพื้นที่ของดีเอสไอยังเป็นไปตามกฎหมาย และไม่กระทบต่อสิทธิของประชาชนในพื้นที่ที่มีกรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย
การตามเรียก ดีเอสไอจ่อรับเขากระโดงเป็นคดีพิเศษ นี้แสดงให้เห็นถึงปณิธานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และหวังว่าจะได้ยุติปัญหาที่ดินในพื้นที่ที่ถูกร้องเรียนมานานอย่างชัดเจนและยุติธรรม
ที่มา – ‘ดีเอสไอ’ จ่อรับ ‘เขากระโดง’ เป็นคดีพิเศษ เชิญ ‘กุสุมาลวตี-ทนายอั๋น’ ให้ปากคำ


