ตรวจป่าสงวนเทือกเขากมลา พบแผ้วถาง 3 ไร่
เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา จังหวัดภูเก็ต หลังได้รับแจ้งว่าพบร่องรอยการขุดไถ ปรับพื้นที่ และแผ้วถางป่าเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจมีการเตรียมพื้นที่สำหรับก่อสร้างสนามวิ่งเทรล หรือสนามแข่งขันวิ่งตามภูมิประเทศ เหตุการณ์นี้สร้างความสนใจให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าและมีประเด็นการบุกรุกที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบก่อนหน้านี้
การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครองอำเภอกะทู้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต และเทศบาลเมืองกะทู้ เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา เพื่อเก็บข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
ตรวจป่าสงวนเทือกเขากมลา พบแผ้วถาง 3 ไร่
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบพื้นที่ที่มีร่องรอยการขุด ตัดต้นไม้ และปรับสภาพดิน โดยเป็นจุดเพิ่มเติมในแปลงเดียวกับพื้นที่ที่เคยเข้าตรวจสอบมาก่อนหน้านี้ บางส่วนของพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จึงยังต้องใช้เครื่องมือสำรวจและตรวจวัดพิกัดอย่างละเอียด เพื่อยืนยันแนวเขตและคำนวณขนาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นทางการ
เจ้าหน้าที่ประเมินเบื้องต้นว่าพื้นที่ที่อาจถูกบุกรุกมีขนาดประมาณ 3 ไร่เศษ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงการประเมินในเบื้องต้น ไม่ใช่ผลสรุปสุดท้าย การตรวจวัดพิกัดจะช่วยให้ทราบว่าพื้นที่ใดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ใดอยู่นอกแนวเขต และมีการใช้ประโยชน์หรือปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่มากน้อยเพียงใด
ตรวจป่าสงวนเทือกเขากมลา พบแผ้วถาง 3 ไร่ ต้องตรวจพิกัดยืนยัน
นายพรสรร กุณฑลสุรกานต์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต ระบุว่า ขั้นตอนต่อไปคือการนำเครื่องมือเข้าตรวจวัดพิกัดพื้นที่อย่างละเอียด จากนั้นจะนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับแผนที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อระบุขอบเขตและเนื้อที่ที่อาจมีการบุกรุกให้ชัดเจน ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจุดที่พบใหม่มีความเชื่อมโยงกับคดีที่เจ้าหน้าที่จับกุมและดำเนินคดีก่อนหน้านี้หรือไม่
สำหรับคดีก่อนหน้านี้ นายอภิชาติ หรือช่างเอ๋ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและรับว่าเป็นผู้รับงานก่อสร้าง แต่ข้อมูลของศูนย์ป่าไม้ภูเก็ตไม่พบว่ามีการอนุญาตให้บุคคลดังกล่าวเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในบริเวณนี้มีเพียงเทศบาลเมืองกะทู้เท่านั้น ประเด็นดังกล่าวจึงต้องตรวจสอบเอกสาร ผู้ว่าจ้าง และลักษณะการดำเนินงานเพิ่มเติม
ภ.บ.ท.5 ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า ภ.บ.ท.5 เป็นหลักฐานการชำระภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน และไม่สามารถใช้เป็นใบอนุญาตให้บุคคลเข้าไปบุกรุก แผ้วถาง หรือก่อสร้างในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้ การนำเอกสารดังกล่าวมาอ้างจึงต้องตรวจสอบทั้งที่มา พื้นที่ที่ระบุในเอกสาร และวัตถุประสงค์ของการนำมาใช้ต่อเจ้าหน้าที่
หากผลการตรวจวัดยืนยันว่าพื้นที่ที่ถูกปรับสภาพอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เจ้าหน้าที่จะร่วมกับเทศบาลเมืองกะทู้ร้องทุกข์กล่าวโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป การดำเนินงานจะต้องอาศัยหลักฐานหลายด้าน ทั้งพิกัดภาพถ่าย สภาพพื้นที่ เอกสารที่เกี่ยวข้อง และคำให้การของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรม
ที่มาของพื้นที่และประเด็นสนามวิ่งเทรล
กรมป่าไม้เคยประกาศเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2555 ให้เทศบาลเมืองกะทู้เข้าใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขากมลา เนื้อที่ 346 ไร่ เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมพื้นบ้านในตำบลกะทู้ การใช้พื้นที่จึงควรอยู่ภายใต้เงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต รวมถึงต้องคำนึงถึงการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและผลกระทบต่อชุมชน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 เทศบาลเมืองกะทู้ตรวจพบการบุกรุกแผ้วถางและตัดถนน เพื่อเตรียมทำสนามแข่งขันวิ่งตามภูมิประเทศ หรือ Trail running จึงเข้าตรวจสอบและร้องทุกข์กล่าวโทษนายอภิชาติ แซ่หลู่ หรือช่างเอ๋ กับพวกรวม 3 คน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 กรณีล่าสุดจึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบว่ามีการขยายพื้นที่หรือมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่
- เจ้าหน้าที่พบร่องรอยขุดไถ ตัด และปรับพื้นที่ในแปลงเดิม
- พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบเบื้องต้นประมาณ 3 ไร่เศษ
- ต้องตรวจวัดพิกัดและเปรียบเทียบกับแผนที่ป่าสงวนแห่งชาติ
- ภ.บ.ท.5 ไม่ใช่เอกสารกรรมสิทธิ์หรือใบอนุญาตก่อสร้างในป่าสงวน
- หากพบการบุกรุกจริง จะดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหรือกิจกรรมกลางแจ้งต้องเดินหน้าอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าและพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ การตรวจสอบอย่างโปร่งใสจะช่วยป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม และทำให้ประชาชนมั่นใจว่าการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปตามกฎหมาย ผู้สนใจควรติดตามผลการตรวจวัดพิกัดและการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด เพราะข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญในการยืนยันข้อเท็จจริงของพื้นที่แห่งนี้
ที่มา – ลุยตรวจป่าสงวนเทือกเขากมลา ภูเก็ต! พบแผ้วถางรุกเพิ่ม 3 ไร่ สงสัยทำสนามวิ่งเทรล
