ต่างชาติซื้อหุ้นเวียดนาม รับเอฟทีเอสอียกระดับตลาด
ตลาดหุ้นเวียดนามกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอีกครั้ง หลังบริษัทจัดทำดัชนีระดับโลกอย่างเอฟทีเอสอี รัสเซลส์ เตรียมปรับสถานะตลาดหุ้นเวียดนามขึ้นเป็น “ตลาดเกิดใหม่ระดับรอง” การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นข่าวสำคัญของวงการการเงินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะอาจทำให้กองทุนต่างประเทศที่อ้างอิงดัชนีเอฟทีเอสอีต้องทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเวียดนาม
ประเด็น ต่างชาติซื้อหุ้นเวียดนาม รับเอฟทีเอสอียกระดับตลาด จึงกลายเป็นหัวข้อที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นหลายประเทศกำลังเผชิญความผันผวนจากทิศทางดอกเบี้ย เศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การยกระดับตลาดอาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้เวียดนามในสายตาของนักลงทุนสถาบันและกองทุนระดับโลก
ต่างชาติซื้อหุ้นเวียดนาม รับเอฟทีเอสอียกระดับตลาด
เอฟทีอี รัสเซลส์ประเมินว่า การปรับสถานะตลาดหุ้นเวียดนามอาจดึงดูดเงินลงทุนจากกองทุนที่อ้างอิงดัชนีได้สูงถึง 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 199,586.99 ล้านบาท เม็ดเงินดังกล่าวไม่ได้ไหลเข้าสู่ตลาดในครั้งเดียว แต่จะทยอยเข้ามาตามรอบการปรับพอร์ตของกองทุน ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนและเปิดโอกาสให้นักลงทุนเตรียมตัวได้ล่วงหน้า
เอฟทีเอสอีปรับสถานะตลาดหุ้นเวียดนามอย่างไร
การปรับสถานะจะดำเนินการทั้งหมด 4 ระยะ และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2570 บริษัทหลักทรัพย์เอสเอสไอ รีเสิร์ชคาดการณ์ว่า กองทุนแบบบริหารเชิงรับที่อ้างอิงดัชนีเอฟทีเอสอีอาจเข้าซื้อหุ้นเวียดนามประมาณ 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,983.48 ล้านบาทในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีการทบทวนสัดส่วนการลงทุนและเพิ่มน้ำหนักตามเงื่อนไขของดัชนี
สำหรับนักลงทุนทั่วไป การยกระดับตลาดมีความหมายมากกว่าการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในระยะสั้น เพราะช่วยสะท้อนว่าตลาดหุ้นเวียดนามมีพัฒนาการด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎเกณฑ์การซื้อขาย และการเข้าถึงของนักลงทุนต่างชาติดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับสถานะไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกตัวจะปรับตัวขึ้นทันที นักลงทุนยังจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของบริษัท สภาพคล่อง และระดับราคาหุ้นอย่างรอบคอบ
ข้อมูลการซื้อขายในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นถึงสัญญาณเชิงบวก โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นเวียดนามสุทธิประมาณ 1.42 ล้านล้านดอง หรือราว 1,816.33 ล้านบาท แม้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิมากกว่า 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 115,848 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเงินทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาบางส่วน แต่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง
โอกาสและความเสี่ยงที่นักลงทุนควรรู้
แม้กระแส ต่างชาติซื้อหุ้นเวียดนาม รับเอฟทีเอสอียกระดับตลาด จะสร้างความคึกคักให้กับตลาด แต่ผู้ลงทุนควรแยกแยะระหว่างแรงซื้อจากกองทุนตามดัชนีกับแรงซื้อที่เกิดจากความเชื่อมั่นต่อผลประกอบการของบริษัทโดยตรง หุ้นบางกลุ่มอาจได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินใหม่ ขณะที่หุ้นบางบริษัทอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก หากไม่มีขนาดและสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการคำนวณดัชนี
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามคือค่าเงินดองเวียดนาม อัตราดอกเบี้ย และทิศทางเศรษฐกิจโลก หากค่าเงินผันผวนรุนแรงหรือเศรษฐกิจชะลอตัว อาจทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้าไม่เป็นไปตามคาด นอกจากนี้ นักลงทุนยังควรพิจารณาความเสี่ยงด้านนโยบาย กฎระเบียบ และความสามารถของบริษัทจดทะเบียนในการเติบโตอย่างยั่งยืน
ดัชนี VN-Index ปรับตัวขึ้นประมาณ 1.4% ในปีนี้ ซึ่งยังต่ำกว่าตลาดหุ้นไทยที่เพิ่มขึ้นราว 24% และตลาดหุ้นสิงคโปร์ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 21% อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเวียดนามเคยเป็นตลาดที่ปรับตัวดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนเข้าลงทุนล่วงหน้าเพื่อรองรับการปรับสถานะของเอฟทีเอสอี
โดยสรุป การยกระดับตลาดหุ้นเวียดนามอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเพิ่มการยอมรับจากนักลงทุนต่างประเทศ แต่โอกาสดังกล่าวมาพร้อมความผันผวนและความเสี่ยงที่ต้องประเมินอย่างรอบด้าน ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลบริษัท กระจายการลงทุน และติดตามประกาศของเอฟทีเอสอีอย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจลงทุนตามกระแสต่างชาติ
มุมมองสำหรับนักลงทุน: การไหลเข้าของเงินทุนอาจสร้างโอกาสในระยะยาว แต่ไม่ควรรีบลงทุนเพียงเพราะข่าวการปรับดัชนี ควรใช้ข้อมูลพื้นฐานและแผนการลงทุนที่เหมาะสมเป็นหลัก เพื่อให้รับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้น
ที่มา – ต่างชาติแห่ซื้อหุ้นเวียดนาม รับ “เอฟทีเอสอี” เตรียมยกระดับตลาด