ถนนมืดมองไม่เห็น ร.ต.อ. ขับเก๋งชนท้าย 18 ล้อ

เกิดเหตุระทึกบนถนนสุขุมวิท บริเวณจุดกลับรถเวฟอิน ทุ่งกราด ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อรถยนต์เก๋งพุ่งชนท้ายรถพ่วง 18 ล้ออย่างรุนแรง ทำให้รองสารวัตรป้องกันปราบปราม ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและติดอยู่ภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเข้าช่วยเหลือ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ถนนมืดมองไม่เห็น ร.ต.อ. ขับเก๋งชนท้าย 18 ล้อ

ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาได้รับแจ้งเหตุในช่วงกลางคืน จึงประสานอาสาสมัครกู้ภัยพร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่างและทีมแพทย์จากโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณเดินทางไปตรวจสอบ จุดเกิดเหตุอยู่บนถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีรถบรรทุกและรถพ่วงใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก โดยบริเวณดังกล่าวมีแสงสว่างค่อนข้างน้อย

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน ขว 1949 ชลบุรี สภาพด้านหน้าพังเสียหายอย่างหนัก ตัวรถยุบจนผู้ขับขี่ไม่สามารถออกมาได้ ภายในรถพบร่างของ ร.ต.อ.ธราธร รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ศรีราชา ติดอยู่หลังพวงมาลัย เจ้าหน้าที่จึงเร่งใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเปิดตัวถัง เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมาให้เร็วที่สุด

ถนนมืดมองไม่เห็น ร.ต.อ. ขับเก๋งชนท้าย 18 ล้อ เกิดเหตุอย่างไร

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบอาวุธปืนประจำกายและเงินสดบางส่วนกระเด็นออกมานอกตัวรถ ขณะเดียวกันผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงให้การช่วยเหลือในจุดเกิดเหตุและเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลทันที การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเร่งรีบ เนื่องจากผู้ขับขี่ติดอยู่ในรถและมีความเสี่ยงจากสภาพรถที่ได้รับความเสียหายรุนแรง

ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถพ่วง 18 ล้อ หมายเลขทะเบียนส่วนหัว 72-1809 สระบุรี และหมายเลขทะเบียนส่วนหาง 709477 สระบุรี โดยรถพ่วงได้รับความเสียหายบริเวณด้านท้ายอย่างหนักจนเพลาหลังหัก ขณะเกิดเหตุรถพ่วงจอดอยู่บริเวณเลนขวาสุดของถนน นายทีม สอนอ่ำ อายุ 37 ปี คนขับรถพ่วง ยืนรอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายทีมให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถพ่วงมุ่งหน้าไปยังท่าเทียบเรือแหลมฉบัง และใช้ช่องทางด้านขวาเพื่อเตรียมกลับรถบริเวณจุดดังกล่าว ระหว่างนั้นมีรถยนต์เก๋งขับเข้ามาด้วยความเร็ว ก่อนพุ่งชนบริเวณท้ายรถพ่วงอย่างเต็มแรง แรงกระแทกทำให้รถหมุนและรถพ่วงได้รับความเสียหายอย่างมาก

คนขับรถพ่วงยังระบุด้วยว่า บริเวณจุดเกิดเหตุค่อนข้างมืดและแทบไม่มีแสงสว่างเพียงพอ สภาพดังกล่าวอาจทำให้ผู้ใช้รถมองเห็นรถที่อยู่ด้านหน้าได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนหรือช่วงที่มีรถขนาดใหญ่จอดหรือกำลังเตรียมกลับรถ อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องความเร็ว ระยะห่าง และสัญญาณเตือนของรถพ่วงยังต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด

เบื้องต้นตำรวจ สภ.บางละมุงเข้าตรวจสอบพื้นที่และบันทึกภาพจุดเกิดเหตุ รวมทั้งเก็บข้อมูลตำแหน่งรถ ร่องรอยการชน และความเสียหายของรถทั้งสองคันไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อดูเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุอย่างละเอียด และใช้ประกอบการหาสาเหตุที่แท้จริง

  • ตรวจสอบความเร็วของรถยนต์เก๋งก่อนชน
  • ตรวจสอบตำแหน่งและการเคลื่อนตัวของรถพ่วงขณะเตรียมกลับรถ
  • ตรวจสอบสภาพแสงสว่าง ป้ายเตือน และอุปกรณ์สะท้อนแสงบริเวณท้ายรถ
  • สอบปากคำคนขับรถพ่วง พยาน และผู้เกี่ยวข้อง
  • ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อเรียงลำดับเหตุการณ์

เหตุการณ์ ถนนมืดมองไม่เห็น ร.ต.อ. ขับเก๋งชนท้าย 18 ล้อ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนน ผู้ขับขี่ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้นเมื่อเดินทางในเวลากลางคืน และควรชะลอรถทันทีหากมองเห็นทางข้างหน้าไม่ชัดเจน

สำหรับรถบรรทุกและรถพ่วง การตรวจสอบไฟท้าย ไฟฉุกเฉิน ป้ายสะท้อนแสง และการจัดวางตำแหน่งรถให้ปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณจุดกลับรถหรือช่องทางที่มีการจราจรหนาแน่น เหตุครั้งนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าถนนที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังจากผู้ใช้ทางทุกฝ่าย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดและสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุอีกครั้ง ประชาชนที่ใช้เส้นทางสุขุมวิทในพื้นที่บางละมุงควรขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม เปิดไฟหน้าให้ชัดเจน และเตรียมพร้อมรับมือกับรถขนาดใหญ่ที่อาจอยู่ในระยะทางด้านหน้า

อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที การลดความเร็วและเพิ่มระยะห่างจึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความรุนแรงได้ หากต้องขับรถผ่านเส้นทางมืด ควรสังเกตไฟท้ายรถคันหน้าและหลีกเลี่ยงการใช้ความเร็วเกินกว่าที่ทัศนวิสัยจะรองรับได้

ที่มา – ถนนมืดมองไม่เห็น ‘ร.ต.อ.’ รอง สวป. ขับเก๋งพุ่งชนท้าย 18 ล้อเจ็บสาหัส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *