ถอดบทเรียน “ฟ้าผ่า” กลางสนามบอล การสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

จากเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับ ซอฟวัน อาแว นักเตะวัย 24 ปีของสโมสร เอฟซี ยะลา ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ ถอดบทเรียน “ฟ้าผ่า” กลางสนามบอล การสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น ระหว่างการแข่งขันรายการโก-ลก เอฟเอ คัพ จ.นราธิวาส ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และเป็นบทเรียนราคาแพงที่วงการกีฬาบ้านเราต้องนำมาทบทวนอย่างจริงจังครับ

ถอดบทเรียน “ฟ้าผ่า” กลางสนามบอล การสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

สนามฟุตบอลถือเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยอันดับต้นๆ เมื่อสภาพอากาศแปรปรวน เพราะเป็นที่โล่งแจ้ง ไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรือต้นไม้สูงเพื่อลดทอนประจุไฟฟ้า นักกีฬาและแฟนบอลในสนามจึงกลายเป็นเป้าหมายโดยตรง หากเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง การมองข้ามความปลอดภัยเล็กๆ น้อยๆ อาจนำมาซึ่งการสูญเสียครั้งใหญ่ที่ประเมินค่าไม่ได้

มาตรการป้องกันจากสากลถึงไทย

ในมุมของฟีฟ่า (FIFA) หรือแม้แต่กีฬาระดับโลกอย่างกอล์ฟ มีระเบียบชัดเจนว่าหากมีการตรวจพบประจุไฟฟ้าในอากาศเกินค่ามาตรฐาน การแข่งขันต้องยุติลงทันทีแม้ฝนจะยังไม่ตกหนัก นี่คือมาตรการชีวิตที่สำคัญกว่าผลการแข่งขัน

สิ่งที่ฝ่ายจัดการแข่งขันทุกระดับในประเทศไทยควรนำไปปรับใช้ ได้แก่:

  • การติดตั้งเครื่องตรวจวัดประจุไฟฟ้าในอากาศในสนามกีฬา
  • กฎเหล็กการหยุดเกมทันทีเมื่อมีสัญญาณเตือนภัยหรือเห็นท่าไม่ดีจากสภาพอากาศ
  • การเตรียมแผนอพยพผู้คนออกจากพื้นที่โล่งอย่างรวดเร็ว
  • การทำความเข้าใจกับนักกีฬาและผู้ตัดสินว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ

หลายครั้งที่เรามักจะฝืนแข่งต่อเพราะเสียดายเวลาหรือเพราะเหลือเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่เชื่อเถอะครับว่า หากเกิดเหตุการณ์ ถอดบทเรียน “ฟ้าผ่า” กลางสนามบอล การสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น ขึ้นมาอีกครั้ง ความสูญเสียนั้นไม่มีอะไรมาทดแทนได้เลย สำหรับผู้จัดการแข่งขันและผู้ตัดสิน นี่คือหน้าที่ความรับผิดชอบอันสูงสุดในการรักษาชีวิตของผู้เล่นในสนาม

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมกันสร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ในสนามฟุตบอลไทย เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมซ้ำรอยเดิมอีก เพราะกีฬาควรเป็นพื้นที่แห่งความสุข ไม่ใช่พื้นที่แห่งความเสี่ยงที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิตครับ

ที่มา – ถอดบทเรียน “ฟ้าผ่า” กลางสนามบอล การสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *