“ทนายตั้ม” ยื่นคัดค้านถอนประกัน ชี้ใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ได้ข่มขู่พยาน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามความเคลื่อนไหวทางคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อ “ทนายตั้ม” หรือนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้เดินทางไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อดำเนินการสำคัญเกี่ยวกับการต่อสู้คดีของตนเอง โดยหัวใจสำคัญในวันนี้คือการที่ “ทนายตั้ม” ยื่นคัดค้านถอนประกัน ชี้ใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ได้ข่มขู่พยาน หลังจากที่มีการยื่นคำร้องจากอีกฝั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวของเขา

“ทนายตั้ม” ยื่นคัดค้านถอนประกัน ชี้ใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ได้ข่มขู่พยาน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อฝ่ายคู่กรณีได้ยื่นคำร้องต่อศาล โดยกล่าวอ้างว่าทนายตั้มมีพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายข่มขู่พยาน อย่างไรก็ตาม ทนายตั้มได้เดินทางมาถึงศาลด้วยความรวดเร็วและชัดเจนว่า การที่เขาออกมาให้สัมภาษณ์หรือชี้แจงต่อสื่อมวลชนนั้น เป็นเพียงการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องเกียรติและชื่อเสียงของตนเองเท่านั้น ไม่ใช่การสร้างอิทธิพลหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานแต่อย่างใด

มุมมองต่อการต่อสู้คดีและเหตุผลที่ต้อง “ทนายตั้ม” ยื่นคัดค้านถอนประกัน ชี้ใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ได้ข่มขู่พยาน

ทนายตั้มยังได้ย้ำชัดผ่านสื่อมวลชนว่า เขามีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทยมาโดยตลอด พร้อมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึงวงเงินประกันตัวที่ได้รับอนุญาตไปก่อนหน้านี้ การที่เขาออกมาแสดงความเห็นหรือปกป้องตนเองจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น เป็นสิทธิที่ใครก็สามารถทำได้ตามหลักกฎหมาย สิ่งที่เขาต้องการคือการได้รับความเป็นธรรมภายใต้หลักกฎหมายที่ยุติธรรมสำหรับทุกคน

  • ยืนยันความบริสุทธิ์: การให้สัมภาษณ์ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย
  • ความเคารพต่อศาล: พร้อมปฏิบัติตามทุกเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด
  • การจัดการความขัดแย้ง: มองว่าหลายเรื่องสามารถให้อภัยกันได้ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย

ในระหว่างที่อยู่ที่ศาล เรื่องราวที่เป็นจุดสนใจอีกจุดคือการพบปะกับนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ซึ่งทนายตั้มได้เลือกที่จะยกมือไหว้ด้วยความเคารพในฐานะผู้อาวุโส ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนในสังคมไทยที่แยกแยะระหว่างเรื่องหน้าที่การงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้อย่างชัดเจน การแสดงออกเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีความโกรธเคืองเป็นการส่วนตัวต่อคู่กรณี

ทนายตั้มยังฝากแง่คิดทิ้งท้ายว่า การใช้ชีวิตในปัจจุบันของเขานั้นมุ่งเน้นไปที่การต่อสู้ในคดีอย่างโปร่งใส และมุ่งหวังให้กระบวนการยุติธรรมทำงานได้อย่างเต็มที่โดยปราศจากอคติ ในฐานะคนเป็นทนายความ เขาเข้าใจเรื่องข้อกฎหมายดีที่สุดและเชื่อว่าความจริงจะเป็นสิ่งที่ปกป้องเขาได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็พร้อมที่จะน้อมรับและปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อไป

หากมองในมุมมองของผู้สังเกตการณ์ คดีนี้นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้สื่อและการใช้สิทธิเสรีภาพในยุคดิจิทัล การที่คนหนึ่งคนจะออกมาปกป้องสิทธิของตนเองท่ามกลางกระแสสังคมที่กดดัน เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยกล้าหาญและความเข้าใจในกฎหมายอย่างชัดเจนเพื่อให้ตนเองปลอดภัยและได้รับความเป็นธรรมอย่างที่สุด

ที่มา – “ทนายตั้ม” ยื่นคัดค้านถอนประกัน ชี้ใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ได้ข่มขู่พยาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *