ทนายรณณรงค์เผยเลขบัตรฯ ไม่ใช่ของหลวงพ่ออลงกต แต่ทำไมเปิดบัญชีได้?
กรณีที่ถูกสื่อมวลชนตรวจสอบพบว่า ชื่อของหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ซ้ำกับ นายอลงกต พลมุข ข้าราชการที่เสียชีวิตไปแล้ว ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงสังคมออนไลน์ โดยล่าสุด “กรมปกครอง” ออกมาเปิดเผยว่า หลวงพ่ออลงกต มีการเปลี่ยนชื่อเดิม “เกรียงไกร” เมื่อปี พ.ศ. 2552 แต่ยืนยันว่าเลขบัตรประชาชนไม่มีการเปลี่ยนแปลง และกำลังเร่งสอบสวนกรณีการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์บัตรของผู้เสียชีวิตเข้าบัญชีของกองทุนวัด
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 แฟนเพจทนายคู่ใจ ได้ออกมานำเสนอข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกรณีนี้ โดยระบุว่า ข้อมูลสมัครสมาชิกของหลวงพ่ออลงกต ที่ปรากฏในหน่วยงานราชการ มีความไม่ตรงกับเลขบัตรประชาชนที่ใช้เปิดบัญชีธนาคารของวัดพระบาทน้ำพุ
ทนายรณณรงค์ชี้ชัดเลขบัตรฯ ไม่ใช่ของหลวงพ่ออลงกต แต่ทำไมกลับใช้เปิดบัญชีธนาคารได้?
เจ้าของโพสต์ระบุในข้อความว่า “คุณลองนึกภาพตามนะครับ กรมการปกครองออกมาชี้แจงว่า ‘เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต ไม่ตรงตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ’ แต่ปัญหา คือ สิ่งที่สื่อใช้อ้างอิงคือ ใบสุทธิพระภิกษุ ซึ่งก็คือเอกสารทางราชการเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น เลขบัตรประชาชน 13 หลักที่บอกว่า “ไม่ใช่ของหลวงพ่อ” กลับถูกใช้ไปเปิดบัญชีธนาคารได้จริง”
ความผิดทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีนี้
เช่นเดียวกับการที่เลขบัตรประชาชนดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการเปิดบัญชี เพื่อใช้ในการระดมทุนจากประชาชน ซึ่งอาจถือเป็นการละเมิดกฎหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งมีบทบัญญัติห้ามนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และอาจเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่งเป็นข้อหาฉ้อโกงประชาชน ตามที่แฟนเพจ “ทนายคู่ใจ” ระบุไว้ว่า
“แล้วบัญชีธนาคารนี้ถูกเอาไปโฆษณา เชิญชวนให้ประชาชนโอนเงินบริจาคอีกต่างหาก นี่คือประเด็นใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่อง “ผิดวัตถุประสงค์การใช้เงินบริจาค” แต่คือผิดตัวตั้งแต่ต้น การโฆษณาเชิญชวนให้บริจาคด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ เสี่ยงทั้งความผิดตาม”
- ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14
- ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
- การใช้ข้อมูลวัตถุประสงค์ผิด เพื่อลวงผู้บริจาค
นอกจากนี้ การมีอะไรบางอย่างที่ซ้ำซ้อนในระบบราชการหรือวางผิดพลาดในข้อมูล จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดอย่างละเอียดและเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในอนาคตอีก
ความน่าสงสัยยังคงอยู่ว่าหากข้อมูลเลขบัตรประชาชนนี้ไม่ใช่ของหลวงพ่อจริงๆ แต่กลับสามารถนำไปเปิดบัญชีธนาคารได้จริง หมายความว่าอาจมีการละเมิดหรือใช้ระบบอย่างผิดวิธี เพื่อหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชน
คำถามที่หลายคนหลายคงถามว่า “หากเรื่องนี้ไปถึงขั้นสอบสวนจริงๆ จะมีคนถูกควบคุมตัวกี่คน” การไม่เปิดเผยรายละเอียดอย่างชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยิ่งทำให้เกิดความสงสัยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบด้วยความโปร่งใสและการปิดช่องโหว่ในระบบราชการ น่าจะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนไม่หวังดีที่แอบอ้าง身份 เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ผิด
ที่มา – ‘ทนายรณณรงค์’ ชี้เลขบัตรไม่ใช่ของ ‘หลวงพ่ออลงกต’ แต่ทำไมกลับใช้เปิดบัญชีธนาคารได้