ทนายวินเผยผู้เสียหายโอนเงินมูลนิธิฯ บุ๋มเพิ่ม 4 ราย
ประเด็นการตรวจสอบเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดีกำลังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังจาก ทนายวินเผยผู้เสียหายโอนเงินมูลนิธิฯ บุ๋มเพิ่ม 4 ราย และเตรียมเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงการใช้จ่ายเงินบริจาคว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลและดำเนินการตามกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจึงควรได้รับโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
ทนายวินเผยผู้เสียหายโอนเงินมูลนิธิฯ บุ๋มเพิ่ม 4 ราย
นายธนาคาร น้อยพิทักษ์ หรือทนายวิน กรรมการฝ่ายกฎหมายบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังต้องติดตามข้อมูลว่าใครเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างโรงทานของมูลนิธิในจังหวัดปทุมธานี เนื่องจากโครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคของประชาชน และมีมูลค่าโครงการในระดับหลายล้านบาท จึงควรมีการเปิดเผยรายละเอียดให้สังคมตรวจสอบได้อย่างชัดเจน
สำหรับประเด็นช่างเอ๋ ทนายวินระบุว่า ข้อมูลที่ปรากฏในขณะนี้ช่างเอ๋เป็นผู้จัดทำใบเสนอราคาให้กับมูลนิธิ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่ามูลนิธิได้ตอบรับหรือว่าจ้างอย่างเป็นทางการ หากมีเพียงการเสนอราคาและไม่มีการตอบรับ สัญญาว่าจ้างก็อาจยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจสอบต่อว่า ผู้รับเหมาที่ลงมือก่อสร้างจริงเป็นใคร มีสัญญาหรือเอกสารประกอบอย่างไร และเงินบริจาคถูกเบิกจ่ายไปยังบุคคลหรือบริษัทใด
รายละเอียดผู้บริจาคที่เข้ามามอบอำนาจให้ตรวจสอบ
ทนายวินเปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากคุณออยศรีแล้ว ยังมีผู้บริจาคอีก 4 รายเข้ามามอบอำนาจให้ดำเนินการตรวจสอบ ได้แก่ ผู้บริจาครายหนึ่งที่เคยโอนเงินจำนวน 20,000 บาท ทนายความชื่อดังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เคยบริจาค 100,000 บาท และผู้บริจาคอีก 2 รายที่โอนเงินรายละ 2,000 บาท โดยเงินบางส่วนบริจาคในช่วงเกิดสถานการณ์น้ำท่วมจากความศรัทธาและต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
- ผู้บริจาค 1 ราย โอนเงินจำนวน 20,000 บาท
- ทนายความในภาคอีสาน โอนเงินจำนวน 100,000 บาท
- ผู้บริจาคอีก 2 ราย โอนเงินรายละ 2,000 บาท
- ผู้เสียหายอาจเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินของแต่ละรายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริจาคที่ต้องการทราบว่า เงินที่โอนไปนั้นถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ การเปิดเผยบัญชี รายการเบิกจ่าย สัญญาจ้าง และหลักฐานการดำเนินงานจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริงได้มากขึ้น
ตรวจสอบการใช้เงินบริจาคและโครงการที่เกี่ยวข้อง
นอกจากโครงการก่อสร้างโรงทานแล้ว ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ตว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับการใช้เงินของมูลนิธิหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังต้องรอการตรวจสอบจากเอกสารทางการเงินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรสรุปว่าใครมีความผิดก่อนที่กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินไปถึงที่สุด
ทนายวินเรียกร้องให้มูลนิธิเปิดเผยข้อมูลการว่าจ้างและการใช้เงิน เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามได้ว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้กับโครงการใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และมีการอนุมัติผ่านขั้นตอนของมูลนิธิหรือไม่ หากมีกรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินจำนวนมาก ก็ควรนำเอกสารและพยานหลักฐานมาชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการ
นอกจากนี้ ยังมีแผนเชิญบุคคลภายนอกซึ่งอาจมีข้อมูลเกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำในฐานะพยานต่อพนักงานสอบสวน เช่น นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือหนุ่ม และนายพุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี หรือพุทธ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้บริจาครายใหญ่ การให้ข้อมูลของพยานแต่ละคนจะช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพเส้นทางการบริจาคและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องได้ละเอียดขึ้น
แผนยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทนายวินระบุแผนดำเนินการว่า ในวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2569 จะเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิองค์กรทำดีว่าใช้เงินบริจาคตามวัตถุประสงค์หรือไม่ จากนั้นในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2569 จะยื่นคำร้องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินเชิงลึก รวมถึงพิจารณาประเด็นการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หากพบว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
ในวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569 มีแผนเดินทางไปยังรัฐสภาเพื่อยื่นเรื่องต่อประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายที่กำกับดูแลด้านการฟอกเงิน ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดเป็นเพียงขั้นตอนการร้องเรียนและตรวจสอบ ยังต้องรอหน่วยงานที่มีอำนาจรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และพิจารณาตามข้อเท็จจริงต่อไป
ทนายวินยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้จะเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย และไม่มีการเจรจาเพื่อยุติเรื่องในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด โดยข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ และประเด็นฟอกเงิน จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิชี้แจงและต่อสู้คดีตามกฎหมาย
สำหรับประชาชนที่เคยบริจาคเงิน ควรเก็บหลักฐานการโอนเงิน สลิปการบริจาค ข้อความประชาสัมพันธ์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ให้ครบถ้วน หากต้องการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ควรตรวจสอบช่องทางอย่างเป็นทางการ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะอาจกระทบต่อสิทธิของผู้เกี่ยวข้องได้
สรุปแล้ว ทนายวินเผยผู้เสียหายโอนเงินมูลนิธิฯ บุ๋มเพิ่ม 4 ราย พร้อมเตรียมยื่นเรื่องต่อหลายหน่วยงานเพื่อขอตรวจสอบการใช้เงินบริจาคและเส้นทางธุรกรรม ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและเอกสารที่ตรวจสอบได้ การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและการทำงานตามกฎหมายจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างความกระจ่างให้ทุกฝ่าย