ทรงศักดิ์มองศึกซักฟอกเป็นแค่วาทกรรม
ประเด็นการเมืองร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 โดยมีรายชื่อรัฐมนตรีรวม 18 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี การอภิปรายครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน เพราะฝ่ายค้านเตรียมตั้งคำถามเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน การทุจริต และประเด็นคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.
สำหรับท่าทีของรัฐบาล นายทรงศักดิ์ระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นหน้าที่ตามปกติของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีทุกคนก็มีหน้าที่เตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่ โดยมองว่าการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารควรเดินหน้าไปตามกลไกของรัฐสภา
ทรงศักดิ์มองศึกซักฟอกเป็นแค่วาทกรรม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงถ้อยคำในญัตติที่ระบุว่า นายทรงศักดิ์อาจเป็นตัวการหรือสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง และมีความละโมบ นายทรงศักดิ์หัวเราะก่อนตอบว่า มองข้อความดังกล่าวเป็นเพียงวาทกรรม พร้อมพูดติดตลกว่าอาจต้องไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหัวใจ หลังถูกระบุว่าหัวใจผุพัง ทั้งที่ยังทำงานและใช้ชีวิตตามปกติ
คำตอบดังกล่าวสะท้อนว่า นายทรงศักดิ์ยังไม่ต้องการแสดงความกังวลต่อญัตติฝ่ายค้านในขั้นต้น โดยเห็นว่าถ้อยคำในเอกสารอาจเป็นการใช้ภาษาทางการเมืองเพื่อสร้างน้ำหนักให้กับการอภิปราย อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่ายังไม่ทราบรายละเอียดข้อกล่าวหาทั้งหมด และต้องรอฟังคำถามในการอภิปรายจริงก่อน จึงจะสามารถเตรียมคำตอบได้อย่างตรงประเด็น
ทรงศักดิ์มองศึกซักฟอกเป็นแค่วาทกรรม แต่พร้อมชี้แจง
ในส่วนของประเด็นที่ฝ่ายค้านอาจอภิปรายเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะหยิบยกประเด็นใดขึ้นมาเป็นสาระสำคัญ จึงต้องรอรายละเอียดจากการอภิปรายในรัฐสภาเสียก่อน การเตรียมตัวของรัฐมนตรีจึงจะทำได้อย่างครบถ้วนและตอบข้อสงสัยของประชาชนได้ชัดเจนมากขึ้น
สำหรับกรอบเวลาการอภิปราย นายทรงศักดิ์ระบุว่า ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาจะพิจารณาบรรจุวาระเมื่อใด ส่วนจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายถึง 18 คน มองว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในสังกัดรัฐบาลและมีหน้าที่ต้องตอบคำถาม หากฝ่ายค้านเห็นว่าการทำงานของรัฐมนตรีบางคนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รัฐมนตรีเหล่านั้นก็ต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภา
- ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ผ่านการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ
- ฝ่ายรัฐบาลเตรียมพร้อมชี้แจง และจะตอบคำถามตามรายละเอียดที่ฝ่ายค้านนำเสนอ
- ประธานรัฐสภาเป็นผู้กำหนดวาระ รวมถึงกรอบเวลาและลำดับการอภิปราย
- ประชาชนต้องติดตามข้อมูลจากหลายด้าน เพื่อแยกข้อเท็จจริงออกจากถ้อยคำทางการเมือง
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ การบริหารจัดการน้ำ ซึ่งอาจถูกนำมาอภิปรายในมุมการเมือง นายทรงศักดิ์กล่าวว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่รัฐบาลจะถูกตรวจสอบเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำ โดยรัฐบาลมีความตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ และมีมาตรการรองรับเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักหรือน้ำท่วม
นายทรงศักดิ์อธิบายเพิ่มเติมว่า สภาพอากาศบางช่วงอาจเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแนวทางช่วยเหลือประชาชนแล้ว ทั้งการดูแลในพื้นที่ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการโอนเงินผ่านระบบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. โดยยืนยันว่าเงินช่วยเหลือได้ถูกโอนไปยังประชาชนที่เดือดร้อนและมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของกฎหมายอย่างรวดเร็ว
ภาพรวมของเรื่องนี้จึงมีทั้งมิติการเมืองและมิติการทำงานของรัฐบาล ฝ่ายค้านต้องนำเสนอข้อมูลและเหตุผลให้ประชาชนเห็นว่าข้อกล่าวหามีน้ำหนักเพียงใด ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลต้องชี้แจงด้วยหลักฐานและผลงานที่ตรวจสอบได้ การที่ทรงศักดิ์มองศึกซักฟอกเป็นแค่วาทกรรม จึงเป็นเพียงท่าทีเบื้องต้นก่อนเข้าสู่การอภิปรายจริง ซึ่งท้ายที่สุดสังคมจะเป็นผู้พิจารณาว่าคำชี้แจงของแต่ละฝ่ายมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน
ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างรอบด้าน รับฟังทั้งคำกล่าวหาและคำชี้แจงจากรัฐบาล แล้วใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล เพราะการตรวจสอบทางการเมืองที่มีคุณภาพควรนำไปสู่ความโปร่งใสและการแก้ปัญหาเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
ที่มา – ‘ทรงศักดิ์’ มอง ศึกซักฟอกเป็นแค่วาทกรรม เผย ต้องไปหาหมอหลังญัตติฝ่ายค้านบอกหัวใจผุพัง