ทรัมป์พ่ายเลือกตั้งกลางเทอม สะเทือนอำนาจ

ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ กลายเป็นสัญญาณสำคัญที่สะเทือนอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้อย่างหนักในหลายพื้นที่ แม้ทรัมป์จะออกมาระบุว่าเขาไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งโดยตรง และหากลงสมัครก็น่าจะคว้าชัยชนะได้อย่างถล่มทลาย แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ผูกโยงกับชื่อและผลงานของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การพ่ายแพ้ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความเสียหายของพรรครีพับลิกันเท่านั้น แต่ยังสะท้อนว่าฐานเสียงบางส่วนเริ่มตั้งคำถามต่อทิศทางการบริหารประเทศ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และนโยบายต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง

ทรัมป์พ่ายเลือกตั้งกลางเทอม สะท้อนเสียงไม่พอใจ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรครีพับลิกันเสียคะแนน คือความไม่พอใจเกี่ยวกับราคาน้ำมันและค่าครองชีพ สงครามอิหร่านที่รัฐบาลทรัมป์ตัดสินใจเปิดฉาก ส่งผลให้ราคาพลังงานในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ประชาชนจำนวนมากจึงรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้ทำตามคำมั่นเดิมที่เคยให้ไว้ว่า จะไม่ก่อสงครามใหม่และจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน

นอกจากประเด็นสงครามแล้ว ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ของประธานาธิบดีและบุคคลใกล้ชิด รวมถึงการใช้งบประมาณตกแต่งทำเนียบขาวอย่างหรูหรา ก็ยิ่งเพิ่มความรู้สึกห่างเหินระหว่างรัฐบาลกับประชาชนที่กำลังเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจ หลายคนมองว่าผู้นำประเทศควรให้ความสำคัญกับราคาบ้าน ดอกเบี้ย และรายได้ของครอบครัว มากกว่าภาพลักษณ์หรือโครงการที่ดูฟุ่มเฟือย

ผู้สมัครวุฒิสมาชิกที่ทรัมป์เลือกสนับสนุนในรัฐฐานเสียงสำคัญอย่างเทกซัสและเซาท์แคโรไลนา ก็ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ผลลัพธ์ที่พรรคเดโมแครตคว้าชัยในพื้นที่เหล่านี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ จึงสะท้อนว่าความนิยมของทรัมป์ไม่ได้ถ่ายโอนไปยังผู้สมัครทุกคนโดยอัตโนมัติ

ทรัมป์พ่ายเลือกตั้งกลางเทอม เพราะฐานเสียงเปลี่ยนไป

ฐานเสียงกลุ่มใหม่ที่ทรัมป์เคยดึงดูดได้ในปี 2567 ทั้งคนรุ่นใหม่ ชาวอเมริกันผิวสี และชาวฮิสแปนิก เริ่มลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้ชายวัยหนุ่มที่กำลังเผชิญกับราคาที่อยู่อาศัยและดอกเบี้ยระดับสูง ความฝันแบบอเมริกันที่เคยเป็นแรงผลักดันทางการเมืองจึงดูห่างไกลกว่าเดิม

นักสำรวจความคิดเห็นสายรีพับลิกันบางรายมองว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรู้สึกเหมือนถูกทรยศ เพราะรัฐบาลไม่สามารถทำให้ค่าครองชีพลดลงตามที่หาเสียงไว้ ขณะเดียวกัน พรรคเดโมแครตก็พยายามทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นการลงประชามติต่อผลงานของประธานาธิบดี ผลที่เกิดขึ้นจึงเป็นการสะสมความไม่พอใจจากหลายประเด็น ไม่ใช่เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

  • ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
  • ความกังวลต่อสงครามและนโยบายต่างประเทศ
  • ข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์และการใช้งบประมาณ
  • ปัญหาราคาบ้านและดอกเบี้ยที่กระทบคนรุ่นใหม่
  • ความไม่พอใจต่อผู้สมัครที่ทรัมป์เลือกสนับสนุน

ทำเนียบขาวรับมือความพ่ายแพ้อย่างไร

ทำเนียบขาวพยายามแสดงท่าทีว่าไม่ได้เสียขวัญจากผลการเลือกตั้ง ถึงขั้นสั่งอาหารและขนมจากร้านชีสเค้ก แฟคทอรี เพื่อเสียดสีอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา อย่างไรก็ตาม ท่าทีประชดประชันดังกล่าวอาจไม่ช่วยตอบคำถามสำคัญของประชาชนว่า รัฐบาลจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพได้อย่างไร

ทรัมป์ยังออกมาโจมตีผู้สมัครพรรครีพับลิกันที่พ่ายแพ้ โดยกล่าวหาว่าขาดความภักดี ขณะเดียวกัน เขายอมรับในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ว่า ราคาน้ำมันเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประชาชนไม่พอใจเรื่องเศรษฐกิจ แม้ยังยืนยันว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับสงครามอิหร่านเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

สองปีที่เหลือของทรัมป์จะเต็มไปด้วยแรงกดดัน

หลังพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์ไม่น่าจะเลือกถอยทางการเมืองง่าย ๆ หลายฝ่ายคาดว่าเขาอาจใช้อำนาจฝ่ายบริหารมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องตรวจคนเข้าเมืองและการค้า อีกทั้งยังอาจใช้สิทธิยับยั้งกฎหมายของสภาคองเกรสจนถูกเรียกว่า “มิสเตอร์วีโต้”

ในเวทีระหว่างประเทศ ทิศทางของรัฐบาลยังคาดเดาได้ยาก มีความเป็นไปได้ทั้งการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน การผลักดันการยุติสงครามในยูเครน การเจรจาด้านอาวุธนิวเคลียร์กับรัสเซียและจีน หรือการกลับไปหารือกับเกาหลีเหนือ ท่าทีเหล่านี้จะส่งผลต่อทั้งความมั่นคงและเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม การมีฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จะทำให้การบริหารประเทศของทรัมป์ติดข้อจำกัดมากขึ้น การแต่งตั้งบุคคลที่ใกล้ชิดและภักดีต่อเขาเข้ารับตำแหน่งสำคัญอาจทำได้ยาก ขณะเดียวกัน พรรคเดโมแครตยังเตรียมตรวจสอบหลายประเด็น ทั้งแฟ้มคดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ธุรกิจครอบครัวทรัมป์ คดีทุจริตภาคเอกชน และนโยบายกวาดล้างผู้อพยพ

บริษัทที่บริจาคเงินให้โครงการก่อสร้างต่าง ๆ ของรัฐบาลก็อาจถูกตรวจสอบเช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทรัมป์ต้องรับมือทั้งแรงกดดันจากรัฐสภา กระแสวิจารณ์จากประชาชน และความขัดแย้งภายในพรรคของตัวเอง

ศึกผู้สืบทอดเริ่มต้นขึ้นแล้ว

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยังเร่งให้การแข่งขันเพื่อเป็นผู้สืบทอดทางการเมืองของทรัมป์เริ่มต้นเร็วขึ้น เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดี ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเต็งของพรรครีพับลิกัน แต่ทรัมป์ยังไม่ประกาศสนับสนุนใครอย่างเป็นทางการ ขณะที่รอน เดอซานทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา เริ่มวิจารณ์รัฐบาลอย่างเปิดเผยมากขึ้น

สำหรับพรรคเดโมแครต มีผู้ที่อาจลงสมัครจำนวนมาก แต่ทุกคนต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสามารถแก้ปัญหาค่าครองชีพและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนได้จริง เพราะบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ชัดเจนว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญกับปากท้องมากกว่าคำปราศรัยทางการเมือง

โดยสรุปแล้ว ทรัมป์ยังคงเป็นศูนย์กลางของการเมืองสหรัฐฯ และมีอิทธิพลต่อพรรครีพับลิกันอยู่มาก แต่ผลของทรัมป์พ่ายเลือกตั้งกลางเทอมแสดงให้เห็นว่า อำนาจของเขาไม่ได้ไร้ขีดจำกัดอีกต่อไป การเมืองสหรัฐฯ ในช่วงสองปีที่เหลือจึงมีแนวโน้มเข้มข้นและผันผวน ผู้ติดตามข่าวควรพิจารณาทั้งนโยบาย ตัวเลขเศรษฐกิจ และท่าทีของประชาชนอย่างรอบด้าน ก่อนประเมินอนาคตของทรัมป์และพรรครีพับลิกัน

ที่มา – ทรัมป์พ่ายเลือกตั้งกลางเทอม จากผู้กำหนดเกมการเมือง สู่ประธานาธิบดีขาลง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *