ทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหาร ขึ้นภาษีแคนาดาจาก 25% เป็น 35%

ทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหาร ขึ้นภาษีแคนาดาจาก 25% เป็น 35%

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรของแคนาดา จากเดิมที่ 25% เพิ่มขึ้นเป็น 35% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้ ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐระบุว่า มาตรการนี้เป็นการตอบโต้ที่จำเป็น หลังจากแคนาดายังไม่สามารถควบคุมปัญหาการลักลอบนำเข้าสารฟางทานิลที่ไหลเข้าสู่สหรัฐ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นโยบายภาษีครั้งใหม่และผลกระทบ

นอกเหนือจากอัตราภาษีใหม่ที่สูงขึ้นสำหรับสินค้าจากแคนาดาแล้ว ยังมีมาตรการเฉพาะเจาะจงสำหรับสินค้าที่มาจากประเทศที่สาม แต่ใช้เส้นทางผ่านแคนาดาเพื่อสวมสิทธิ์ว่าผลิตในประเทศนี้ โดยสินค้ากลุ่มดังกล่าวจะถูกเก็บภาษีที่ 40% ซึ่งถือว่าสูงสุดในนโยบายครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม สินค้าที่อยู่ภายใต้การปกป้องตามข้อตกลงการค้าไตรภาคีระหว่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก (USMCA) จะได้รับข้อยกเว้น ไม่ต้องเผชิญกับภาษีใหม่ ซึ่งหมายความว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจกับแคนาดาอาจไม่รุนแรงมากนัก และเน้นเฉพาะในสินค้าที่อยู่นอกกรอบของข้อตกลงดังกล่าว

แคนาดายังคงมีบทบาทสำคัญต่อการค้าสหรัฐ

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า แคนาดายังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับสินค้าสหรัฐ โดยมีมูลค่าการนำเข้ากว่า 349,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา (ประมาณ 11.42 ล้านล้านบาท) นอกจากนี้ สหรัฐยังนำเข้าสินค้าจากแคนาดามากมาย โดยมีมูลค่ารวมกันที่ 413,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13.52 ล้านล้านบาท)

การที่สหรัฐตัดสินใจเพิ่มภาษีในครั้งนี้จึงอาจสะท้อนถึงความกดดันทางเศรษฐกิจในบางกลุ่ม แต่ยังคงเปิดโอกาสให้แคนาดาใช้ข้อตกลง USMCA เป็นตัวลดทอนแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศยังต้องเจรจากันต่อ เพื่อหาทางออกร่วมกันในประเด็นการค้าและการขนส่งสารควบคุมที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในระยะนี้

อนาคตทางการค้าจะเปลี่ยนไปหรือไม่?

สำหรับผู้ติดตามเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี นโยบายทรัมป์ล่าสุดถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือรัฐ แม้จะไม่มีการพังทลายของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับแคนาดา แต่ก็สะท้อนได้ว่าสหรัฐพร้อมใช้อำนาจทางเศรษฐกิจเพื่อจัดการกับปัญหาที่ถือว่าสำคัญระดับชาติ เช่น ปัญหาการลักลอบนำเข้าสารเสพติด

นักลงทุนและผู้บริโภคทั่วไปอาจต้องจับตาดูว่าราคาสินค้าบางชนิดที่มาจากแคนาดาจะมีการปรับสูงขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มที่ไม่ได้รับการคุ้มครองโดยข้อตกลง USMCA ซึ่งอาจกระทบผู้ซื้อปลายทางในระยะสั้น

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับนโยบายภาษีครั้งใหม่นี้

การตัดสินใจของทรัมป์ในครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าฟางทานิล ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตหากนำมาใช้ในทางที่ผิด โดยมีการใช้เส้นทางผ่านแคนาดาเป็นช่องทางหลักเข้าสู่สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีนี้ยังคงไม่ได้ทำลายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองชาติ ทำให้คาดกันว่าทั้งสองฝ่ายอาจเร่งดำเนินการร่วมกันเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าวให้เร็วขึ้น ซึ่งหากสามารถแก้ไขได้ สหรัฐอาจพิจารณายกเลิกมาตรการภาษีเพิ่มเติม

การตัดสินใจจากฝั่งสหรัฐในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า นโยบายการค้าสมัยใหม่นั้นไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่ยังสะท้อนนโยบายการรักษาความปลอดภัยของประเทศ และการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจกับประเทศพันธมิตรหากถือว่าพวกเขาไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐอย่างเพียงพอ

การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในเรื่องภาษีระหว่างประเทศ ย่อมมีผลต่อตลาด สินค้า และผู้บริโภคอย่างชัดเจน การติดตามข่าวและทำความเข้าใจว่าผลกระทบเหล่านี้จะส่งผ่านมาหาเราอย่างไรบ้าง ถือเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีในยุคที่การค้าทั่วโลกเร็วขึ้นและเปลี่ยนแปลงบ่อยขึ้นกว่าเดิม

ที่มา – ทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหาร ขึ้นภาษีแคนาดาจาก 25% เป็น 35%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *