ทรัมป์เผยจีนสัญญาไม่ส่งอาวุธอิหร่าน ซื้อน้ำมันต่อ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับฟ็อกซ์ นิวส์ เมื่อเร็วๆ นี้ โดย ทรัมป์เผยผู้นำจีนให้คำมั่นไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน แต่จะซื้อน้ำมันต่อไป ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน
ทรัมป์เผยผู้นำจีนให้คำมั่นไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน แต่จะซื้อน้ำมันต่อไป
ตามรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ทรัมป์ระบุว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ให้คำมั่นอย่างชัดเจนว่า จีนจะไม่จัดส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารหรืออาวุธใดๆ ให้กับอิหร่าน ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับนโยบายกดดันอิหร่านของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม สี จิ้นผิง ยังย้ำถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างจีนกับอิหร่าน โดยเฉพาะด้านการซื้อน้ำมันดิบ ซึ่งจีนนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านในปริมาณมหาศาล และผู้นำจีนยืนยันว่าจะดำเนินการต่อไปโดยไม่เปลี่ยนแปลง
การเปิดเผยนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่สหรัฐได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะหลังจากทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA หรือข้อตกลงร่วมครอบคลุมด้านนิวเคลียร์กับอิหร่าน จีนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญในการเจรจาทวิภาคีระหว่างผู้นำสหรัฐและจีน
สายสัมพันธ์เศรษฐกิจจีน-อิหร่านที่แน่นแฟ้น
แม้จีนจะให้คำมั่นไม่ส่งอาวุธ แต่ด้านเศรษฐกิจนั้นชัดเจนว่าจีนไม่อยากตัดขาด โดยทรัมป์เผยว่าสี จิ้นผิง เน้นย้ำถึงประโยชน์ที่จีนได้รับจากน้ำมันราคาถูกของอิหร่าน ซึ่งช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของจีน นอกจากนี้ จีนยังเป็นคู่ค้าสำคัญของอิหร่านในการค้าสินค้าอื่นๆ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคและโครงสร้างพื้นฐาน
- จีนนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านกว่า 10% ของปริมาณทั้งหมด
- มูลค่าการค้าปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์
- โครงการ Belt and Road Initiative เชื่อมโยงอิหร่านกับจีน
- จีนใช้ระบบการค้าที่หลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรสหรัฐ
มุมมองต่อช่องแคบฮอร์มุซและความมั่นคง
นอกจากประเด็นอาวุธและน้ำมันแล้ว ทรัมป์ยังกล่าวถึงการสนทนาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก สี จิ้นผิง แสดงความประสงค์ให้ช่องแคบแห่งนี้เปิดใช้งานได้ตามปกติ และคัดค้านการเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือการขัดขวางการสัญจร ซึ่งอาจกระทบต่อการค้าของจีนโดยตรง เนื่องจากน้ำมันจากอิหร่านต้องผ่านช่องแคบนี้
สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียยิ่งตึงเครียดหลังจากเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโดรน ซึ่งสหรัฐกล่าวหาอิหร่าน ทรัมป์จึงใช้โอกาสนี้กดดันจีนให้ร่วมมือมากขึ้นในการรักษาความมั่นคงทางทะเล
ผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ
การให้คำมั่นจากจีนครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะเล็กๆ ของทรัมป์ในการเจรจากับสี จิ้นผิง ซึ่งเกิดขึ้นควบคู่กับการเจรจาสงครามการค้าที่กำลังดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม การที่จีนยืนกรานซื้อน้ำมันต่อ อาจทำให้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐมีช่องโหว่ สหรัฐพยายามกดดันชาติอื่นๆ ให้หยุดซื้อน้ำมันอิหร่าน แต่จีนและบางประเทศในเอเชียยังคงทำต่อไป
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า ทรัมป์เผยผู้นำจีนให้คำมั่นไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน แต่จะซื้อน้ำมันต่อไป สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของจีนที่แยกแยะระหว่างด้านการทหารและเศรษฐกิจ เพื่อรักษาสมดุลในความสัมพันธ์กับทั้งสหรัฐและอิหร่าน นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหารในภูมิภาค
ในภาพรวม ความสัมพันธ์สามฝ่ายนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของ geopolitics สมัยใหม่ ที่เศรษฐกิจมักมาก่อนการเมือง ทรัมป์อาจใช้ข้อมูลนี้ในการประชาสัมพันธ์เพื่อแสดงความสำเร็จในการทูต ขณะที่อิหร่านอาจมองว่าเป็นการทรยศจากพันธมิตร
สำหรับผู้อ่านที่สนใจ คุณคิดอย่างไรกับคำมั่นของจีนนี้? มันจะช่วยคลี่คลายความตึงเครียดได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารโลกเพิ่มเติม!
นอกจากนี้ การพัฒนานี้ยังชี้ให้เห็นว่า จีนกำลังเล่นบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางระหว่างชาติตะวันตกและตะวันออกกลาง ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองโลกในอนาคตอันใกล้
ที่มา – ทรัมป์เผยผู้นำจีนให้คำมั่นไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน แต่จะซื้อน้ำมันต่อไป