ทรูฯ เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดใหม่ ผลตอบแทนสูงสุด 3.50%
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ผู้นำด้านโทรคมนาคมเทคโนโลยีของไทย และอันดับ 1 ของโลกด้านความยั่งยืนด้วยคะแนน DJSI 2024 สูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ให้แก่นักลงทุนทั่วไปจำนวน 4 ชุด อายุตั้งแต่ 4 ปีถึง 10 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ตั้งแต่ 2.80-3.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน โดยหุ้นกู้ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ “A+” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สะท้อนความแข็งแกร่งทางธุรกิจและวินัยทางการเงินของทรู นักลงทุนสามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 30 – 31 ตุลาคม และวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ผ่าน 7 สถาบันการเงินชั้นนำได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ซีไอเอ็มบี ไทย ยูโอบี บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร และบริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส รวมถึงการขายผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

นางสาวยุภา ลีวงศ์เจริญ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งสร้างเสถียรภาพทางการเงินควบคู่กับการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ด้วยการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ 4 ชุด อายุตั้งแต่ตั้งแต่ 4 ปี ถึง 10 ปี มอบผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอ เป็นโอกาสดีที่จะล็อคผลตอบแทนก่อนที่อัตราดอกเบี้ยจะลดลง พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในระยะยาวของทรู
การออกหุ้นกู้ชุดใหม่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโครงสร้างทางการเงินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมเสริมศักยภาพในการขยายธุรกิจและนวัตกรรมในอนาคต หุ้นกู้ทรูถือเป็นโอกาสการลงทุนที่โดดเด่น มั่นคงให้ผลตอบแทนที่ดี พร้อมก้าวไปกับองค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศที่ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนมาโดยตลอด”
ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ต่อปี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่ายังมีโอกาสที่ กนง. อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมช่วงปลายปี และ 1 ครั้งในปีถัดไป เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ ทำให้ช่วงเวลานี้ถือเป็น ‘จังหวะเหมาะ’ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการล็อคผลตอบแทนระยะยาวผ่านการลงทุนในหุ้นกู้คุณภาพด้วยอันดับความน่าเชื่อถือระดับ “A+” แนวโน้ม “คงที่” หุ้นกู้ของทรูจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่โดดเด่น เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงพร้อมผลตอบแทนสม่ำเสมอในสภาวะดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง”
หุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) จำนวน 4 ชุด โดยมีอายุหุ้นกู้ให้เลือกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้หุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระ และให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อยเพื่อนำเงินที่ได้ไปไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด ตามแผนการบริหารการเงินของบริษัทฯ โดยหุ้นกู้ที่ออกเป็นชนิดระบุชื่อผู้ถือไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 30 – 31 ตุลาคม และวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุดที่เสนอขาย มีรายละเอียดดังนี้
โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต.
ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th หรือ สอบถามรายละเอียดที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 7 แห่ง ได้แก่
สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet สามารถศึกษาเพิ่มเติมถึงรายละเอียด ขั้นตอน และวิธีการสมัคร TrueMoney Wallet Application และวิธีการจองซื้อ ได้ที่เว็บไซต์ www.truemoney.com หรือติดต่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด โทร. 1240 กด 6
ทรู คอร์ปอเรชั่น เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 4 – 10 ปี ผลตอบแทนคงที่สูงสุด 3.50% ต่อปี
ทำไมต้องลงทุนในหุ้นกู้ชุดใหม่ของทรู
- อันดับความน่าเชื่อถือ A+
- ผลตอบแทนคงที่ สม่ำเสมอ
- ระยะเวลาลงทุนหลากหลาย
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน หุ้นกู้ชุดใหม่ของทรู เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะยาวและได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน
ที่มา – ทรู คอร์ปอเรชั่น เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 4 – 10 ปี ผลตอบแทนคงที่สูงสุด 3.50% ต่อปี
