ทัวร์ลงอินฟลูฯ พลัสไซซ์ โพสต์หน้าซากแผ่นดินไหว
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ทันที หลังมีรายงานว่า กราซี บอน นางแบบและอินฟลูเอนเซอร์สาวพลัสไซซ์ชาวปานามา เผยแพร่ภาพของตัวเองท่ามกลางพื้นที่ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ โดยภาพดังกล่าวทำให้ผู้ติดตามจำนวนมากตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการนำสถานที่เกิดภัยพิบัติมาใช้เป็นฉากหลังสำหรับคอนเทนต์แฟชั่น
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.7 สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนในปานามาเป็นจำนวนมาก มีรายงานว่าบ้านเรือนเกือบ 900 หลังได้รับผลกระทบ ประชาชนหลายครอบครัวต้องเผชิญกับความสูญเสียและความไม่แน่นอน การโพสต์ภาพในบรรยากาศคล้ายการถ่ายแบบจึงทำให้ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งรู้สึกว่าไม่สอดคล้องกับความรุนแรงของสถานการณ์
ทัวร์ลงอินฟลูฯ พลัสไซซ์ โพสต์หน้าซากแผ่นดินไหว
กระแส ทัวร์ลงอินฟลูฯ พลัสไซซ์ โพสต์หน้าซากแผ่นดินไหว เริ่มขยายวงกว้างบนอินสตาแกรม โดยผู้ใช้งานหลายคนวิจารณ์ว่า การรายงานความเสียหายสามารถทำได้หลายรูปแบบ และไม่จำเป็นต้องให้เจ้าของบัญชีเข้าไปยืนอยู่กลางภาพด้วยท่าทางที่ดูเหมือนการถ่ายแฟชั่น เพราะอาจทำให้ความสนใจของผู้ชมเปลี่ยนจากผู้ประสบภัยไปอยู่ที่ตัวอินฟลูเอนเซอร์แทน
ความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่ได้มุ่งโจมตีรูปร่างหรืออาชีพนางแบบของบอน แต่ตั้งคำถามเกี่ยวกับบริบทและเจตนาของคอนเทนต์ ผู้ใช้งานบางรายระบุว่า หากต้องการสื่อสารให้คนทั่วโลกเห็นความเสียหายจริง ก็ควรเน้นภาพสถานที่ ผู้ได้รับผลกระทบ และข้อมูลการช่วยเหลือ มากกว่าภาพที่ทำให้ดูเหมือนเจ้าของโพสต์กำลังสร้างผลงานเพื่อโปรโมตตัวเอง
ทัวร์ลงอินฟลูฯ พลัสไซซ์ โพสต์หน้าซากแผ่นดินไหว จุดชนวนถกเถียงเรื่องคอนเทนต์
หลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก บอนออกมาชี้แจงว่า เธอไม่ได้ตั้งใจโพสท่าถ่ายแบบในพื้นที่ดังกล่าว แต่ตัดสินใจโพสต์ภาพตัวเองเพื่อถ่ายทอดให้ผู้ติดตามเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เธอยังอธิบายว่าเป้าหมายหนึ่งคือการลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้คน และมองหาครอบครัวที่อาจได้รับการสนับสนุนด้านการสร้างบ้านใหม่
อินฟลูเอนเซอร์สาวยังเผยแพร่ภาพขณะนำแพ็กน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย พร้อมระบุว่ากำลังบริจาคเงินเพื่อช่วยฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย เธอจึงขอให้ผู้ที่เข้ามาตำหนิหยุดวิจารณ์การทำงานของเธอ อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวไม่ได้ทำให้เสียงคัดค้านทั้งหมดลดลง เพราะหลายคนยังมองว่าการช่วยเหลือกับการนำเรื่องราวไปทำเป็นคอนเทนต์ควรแยกออกจากกันให้ชัดเจน
ประเด็นสำคัญของดราม่านี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าอินฟลูเอนเซอร์สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้หรือไม่ แต่เป็นเรื่องของวิธีการสื่อสารและความรู้สึกของผู้คนในพื้นที่ การเผยแพร่ภาพจากสถานที่เกิดเหตุอาจช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการบริจาค แต่ในขณะเดียวกัน หากภาพมีองค์ประกอบที่ดูเหมือนการถ่ายแบบ ผู้ชมก็อาจรู้สึกว่าความเดือดร้อนของคนอื่นถูกนำมาใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ส่วนตัว
สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการนำเสนอเหตุการณ์ภัยพิบัติ การคำนึงถึงความเหมาะสมควรมาก่อนยอดไลก์หรือจำนวนการเข้าถึง โดยอาจใช้แนวทางต่อไปนี้
- ให้เกียรติผู้ประสบภัย: หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบดูเป็นเพียงฉากประกอบ
- สื่อสารข้อมูลให้ชัดเจน: ระบุพื้นที่เสียหาย ช่องทางช่วยเหลือ และข้อมูลที่ตรวจสอบได้
- แยกคอนเทนต์ส่วนตัวออกจากข่าวภัยพิบัติ: ไม่ใช้บรรยากาศความสูญเสียเป็นพื้นหลังของการโปรโมตตัวเอง
- เปิดเผยเจตนาอย่างตรงไปตรงมา: หากมีการบริจาคหรือช่วยเหลือ ควรแจ้งรายละเอียดที่ผู้ติดตามตรวจสอบได้
- รับฟังคำวิจารณ์: เมื่อเกิดความเข้าใจผิด ควรชี้แจงด้วยความสุภาพและทบทวนผลกระทบของโพสต์
กรณี ทัวร์ลงอินฟลูฯ พลัสไซซ์ โพสต์หน้าซากแผ่นดินไหว สะท้อนให้เห็นว่าโลกออนไลน์ไม่ได้พิจารณาเพียงสิ่งที่ผู้โพสต์ตั้งใจสื่อ แต่ยังมองไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ชมและผู้ได้รับความเดือดร้อนด้วย การมีเจตนาดีอาจไม่เพียงพอ หากรูปแบบการนำเสนอทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเหตุการณ์ร้ายแรงถูกลดทอนให้กลายเป็นฉากประกอบคอนเทนต์
ในยุคที่ทุกคนสามารถเผยแพร่ภาพและความคิดเห็นได้ทันที ความรับผิดชอบของครีเอเตอร์จึงมีความสำคัญมากขึ้น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่การสื่อสารควรทำอย่างระมัดระวัง ให้พื้นที่กับผู้ได้รับผลกระทบ และเน้นประโยชน์ของสังคมเป็นหลัก สุดท้ายแล้ว คอนเทนต์ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเจ้าของโพสต์โดดเด่นที่สุด แต่อาจเป็นคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้คนเข้าใจสถานการณ์และพร้อมช่วยเหลือกันอย่างถูกวิธี
ความคิดเห็นส่วนตัวคือ เหตุการณ์นี้ควรเป็นบทเรียนให้ทั้งอินฟลูเอนเซอร์และผู้ติดตามรู้จักแยกแยะระหว่างการสร้างการรับรู้กับการสร้างภาพ หากต้องการทำคอนเทนต์จากพื้นที่ภัยพิบัติ ควรถามตัวเองก่อนเสมอว่าโพสต์นี้ช่วยผู้ประสบภัยจริงหรือเพียงช่วยเพิ่มการมองเห็นให้เรา
ที่มา – ทัวร์ลงอินฟลูฯ สาวพลัสไซซ์ หลังโพสต์รูปเหมือนถ่ายแบบหน้าซากอาคารจากเหตุแผ่นดินไหวปานามา

