‘ธนพร’ หนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านรับมือวิกฤตพลังงาน
ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทายแบบนี้ ‘ธนพร’ หนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านรับมือวิกฤตพลังงาน ชี้หนักกว่าโควิด กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ ธนพร ศรียากูล นักรัฐศาสตร์ชื่อดัง ได้ออกความเห็นอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการที่รัฐบาลกำลังพิจารณาออกพระราชกำหนดการเงิน (พ.ร.ก.) เพื่อกู้เงินวงเงินสูงสุด 500,000 ล้านบาท เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานโลกที่กำลังโหมกระหน่ำ
‘ธนพร’ หนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านรับมือวิกฤตพลังงาน ชี้หนักกว่าโควิด
ธนพร ศรียากูล ยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบันของไทยเป็น “วิกฤตที่หนักกว่าโควิด” อย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าโควิดจะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก แต่รัฐยังสามารถควบคุมได้ด้วยมาตรการสาธารณสุข การกักตัว หรือการจัดการภายในประเทศ แต่สำหรับวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงนั้น ไทยไม่สามารถควบคุมได้เลย เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกอย่างความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ช่องแคบฮอร์มูซที่ยังเสี่ยง และแหล่งผลิตน้ำมันที่ถูกปิดจากสงคราม
แม้จะหยุดยิงแล้ว อุตสาหกรรมน้ำมันก็ไม่ฟื้นตัวทันที ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับมาผลิตได้เต็มที่ ดังนั้น ราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักของเศรษฐกิจไทย จะทรงตัวสูงที่ระดับ 40 บาทต่อลิตรไปอีกนาน แนวคิดราคาน้ำมันกลับมา 30 บาทต่อลิตรจึงแทบเป็นไปไม่ได้
ทำไม ‘ธนพร’ หนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านรับมือวิกฤตพลังงาน
เมื่อมองฐานะการคลังไทย งบประมาณปี 2570 อยู่ที่ 3.78 ล้านล้านบาท เพิ่มเพียง 0.2% จากปีก่อน แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ทางการคลังมีจำกัด แม้หนี้สาธารณะจะเสถียรและได้รับการยอมรับจาก S&P, Moody’s, Fitch แต่หากวิกฤติรุนแรง งบประมาณน้อยๆ จะไม่พอเยียวยาภาคขนส่ง เกษตรกร หรือผู้ประกอบการที่เจอต้นทุนน้ำมันพุ่ง
การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน จึงเป็นการตั้งเพดานสูงสุด ไม่จำเป็นต้องกู้เต็มจำนวน สามารถกู้ตามความจำเป็นและใช้เงินตรงเป้า การบริหารหนี้คำนวณสุทธิ (หนี้ใหม่ลบหนี้เก่าที่ชำระ) หนี้ต่อ GDP อาจขึ้นจาก 70% แต่ยังอยู่ในระดับที่นักลงทุนยอมรับ
- วิกฤตพลังงานกระทบกว้างขวางกว่าที่คิด
- รัฐต้องมีเครื่องมือทางการคลังพร้อมรับมือ
- กู้เงินไม่ใช่เรื่องใหม่ ในอดีตเคยใช้หลายครั้ง
ย้อนประวัติศาสตร์ ทุกวิกฤตใหญ่รัฐบาลไทยใช้การกู้เงินพยุงเศรษฐกิจ เช่น ยุคประชาธิปัตย์นายอภิสิทธิ์และนายกรณ์กู้เงิน ช่วงชวนหลีกภัยก็กู้ และโควิดกู้รวม 1.9 ล้านล้านบาท หากไม่ทำอะไร ผลกระทบจะลุกลาม ต้นทุนขนส่งสูง ราคาสินค้าพุ่ง ค่าครองชีพแพง
ประเด็นสำคัญไม่ใช่กู้หรือไม่ แต่คือ “กู้เพื่ออะไร และใช้อย่างไร” รัฐมีหน้าที่รักษาความอยู่รอดประชาชนก่อน วิกฤตพลังงานไม่รู้จุดจบเมื่อไหร่ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจึงจำเป็น เพื่อตอบสนองทันที ไม่รอปัญหาใหญ่โต
ธนพรเรียกร้องให้พิจารณาบนพื้นฐานความจำเป็นของประเทศ มากกว่าการเมือง มองผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก เพราะหากประชาชนอยู่ไม่ได้ เศรษฐกิจก็ไปต่อไม่ได้
ในมุมมองนี้ การหนุน ‘ธนพร’ หนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านรับมือวิกฤตพลังงาน ชี้หนักกว่าโควิด ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด คุณเห็นด้วยหรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ และติดตามอัปเดตเศรษฐกิจไทยกับเราต่อไป เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – ‘ธนพร’ หนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านรับมือวิกฤตพลังงาน ชี้หนักกว่าโควิด