นย.ตราดยังระดมยิงปืนใหญ่ใส่กัมพูชา หวังพิชิตบ้าน 3 หลัง

นย.ตราดยังระดมยิงปืนใหญ่ใส่กัมพูชา หวังพิชิตบ้าน 3 หลัง

ในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงดำเนินต่อเนื่อง สถานการณ์การยิงปะทะระหว่างหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กับกองกำลังกัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายสำคัญคือบริเวณบ้าน 3 หลัง ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการทหาร

การปฏิบัติการทางทหารยังคงเข้มข้น

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ยังคงดำเนินการยิงปืนใหญ่ในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งรวมถึงบ้าน 3 หลังที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดน และเป้าหมายสำคัญอีกประการหนึ่งคือการพยายามทำลายอุปกรณ์แจมเมอร์ (Jammer) ที่ติดตั้งอยู่บนอาคารกาสิโนทมอดา อุปกรณ์ดังกล่าวใช้สำหรับการสร้างสัญญาณรบกวนคลื่นวิทยุ เพื่อขัดขวางการสื่อสารไร้สายของฝ่ายไทย

การปฏิบัติการในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกองกำลังไทยในการควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ และการตอบโต้การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งถือเป็นการยกระดับการเผชิญหน้าในเชิงเทคโนโลยีและยุทธวิธี

เสียงปืนดังต่อเนื่องตั้งแต่เช้ามืด

นายประทุมโม ยอดยิ่ง อายุ 43 ปี ชาวสวนทุเรียนจากหมู่บ้านแหลมกลัด ได้ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์การยิงปะทะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. และยังคงมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นช่วงๆ ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงบ่าย

“รอบนี้ดูเหมือนจะมีการยิงกันหนักหน่วงกว่ารอบแรก โดยเฉพาะในแถบพื้นที่สวนของผม ซึ่งรอบก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีเหตุปะทะเท่าไรนัก” นายประทุมโมกล่าว

ความเดือดร้อนของประชาชน

ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ครอบครัวและญาติพี่น้องในละแวกนั้นต่างพากันอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย

อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางส่วนเลือกที่จะคงอยู่ในพื้นที่ต่อไป แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยง เหตุผลสำคัญคือช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่ดอกบาน

เกษตรกรต้องดูแลพืชผลแม้ในภาวะสงคราม

นายประทุมโม หนึ่งในเกษตรกรที่เลือกไม่อพยพ เปิดเผยว่า ตนเองตัดสินใจอยู่ดูแลสวนทุเรียนต่อไป เพราะหากทิ้งสวนไป ดอกทุเรียนจะเหี่ยวเฉาและร่วงหล่น ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อรายได้ทั้งปี

  • ช่วงเช้าต้องรดน้ำให้ดอก
  • ช่วงกลางคืนต้องคอย “ปัดดอก” หรือการผสมเกสรเทียม
  • การดูแลในช่วงนี้มีความสำคัญต่อการติดผล
  • หากขาดการดูแล อาจสูญเสียรายได้นับแสนบาท

การตัดสินใจของเกษตรกรในพื้นที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและมุ่งมั่นในการดูแลครอบครัวและอาชีพ แม้จะต้องเผชิญกับสภาวะความไม่สงบก็ตาม

การประเมินสถานการณ์ในอนาคต

จากข้อมูลที่ได้รับทราบ คาดการณ์ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนจะยืดเยื้อไปอีกหลายวัน หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างสองประเทศและท่าทีของกองกำลังแต่ละฝ่าย

การดำเนินการทางทหารในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การยึดพื้นที่ แต่ยังรวมถึงการตอบโต้ในเชิงเทคโนโลยี และการส่งสัญญาณถึงความมั่นคงของอธิปไตยไทย

ทั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านความปลอดภัย อาหาร น้ำดื่ม และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยลดความตื่นตระหนกและสับสนในสังคมได้เป็นอย่างดี

ที่มา – นย.ตราด ยังระดมยิงปืนใหญ่ใส่เขมรต่อเนื่อง หวังพิชิตบ้าน 3 หลัง ทำลายแจมเมอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *