นักวิจัย ม.นเรศวร เผยปลาแค้ โลหะหนัก เลย-หนองคาย กินปลาปกติได้
ในช่วงที่ผ่านมา ชาวประมงและประชาชนในพื้นที่จังหวัดเลยและหนองคายต่างให้ความสนใจกับข่าวการตรวจพบปลาแค้ โลหะหนัก ในตัวอย่างปลาที่ป่วย ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ออกมาเผยผลการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อคลายความกังวลของชุมชนริมแม่น้ำโขง ข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากชาวประมงในอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย นำปลาแค้ที่ป่วยมาส่งตรวจ ท่ามกลางความสงสัยว่ามีการปนเปื้อนจากแหล่งน้ำหรือไม่
ปลาแค้ หรือที่รู้จักกันในชื่อปลาคาร์ฟเอเชีย เป็นปลาน้ำจืดที่พบมากในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา มักมีอาการป่วยเป็นโรคผิวหนังขาวขุ่นหรือแค้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับสภาพน้ำและมลพิษ การตรวจครั้งนี้จึงสำคัญมากในการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภค
ปลาแค้ โลหะหนัก: ผลการตรวจจากนักวิจัย ม.นเรศวร
รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้อำนวยการหน่วยภารกิจฐานข้อมูลและระบบดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และที่ปรึกษาโครงการวิจัย ได้สรุปผลเบื้องต้นจากการตรวจโลหะหนัก 5 ชนิดหลัก ได้แก่ สารหนู ปรอท ตะกั่ว แคดเมียม และแมงกานีส โดยเน้นที่เนื้อปลาแค้จากเชียงคาน จังหวัดเลย และจังหวัดหนองคาย
ผลปรากฏว่า ในปลาแค้ป่วยจากเชียงคาน พบค่าตะกั่วสูงถึง 0.31 มก./กก. ซึ่งเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ 0.3 มก./กก. เล็กน้อย ขณะที่สารอื่นๆ ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ส่วนปลาจากหนองคายค่าทั้งหมดต่ำกว่ามาตรฐาน สามารถบริโภคได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าปลาแค้ โลหะหนักสะสมมากกว่าในตัวปลาที่ป่วยเมื่อเทียบกับปลาปกติ โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ
โลหะหนักในปลาแค้ สูงกว่าปกติอย่างไร
- ตะกั่ว: สูงสุดในเชียงคาน เกินมาตรฐานนิดหน่อย
- ปรอท: พบสูงในเชียงคาน ร่วมกับตะกั่ว
- แคดเมียมและแมงกานีส: สูงกว่าในหนองคาย
- สารหนู: สูงในปลาป่วยทั้งสองพื้นที่
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับงานวิจัยนานาชาติ เช่น ในปากีสถาน อินเดีย และเนปาล ที่ยืนยันว่าปลาที่ป่วยมีแนวโน้มสะสมโลหะหนักมากกว่า เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้ติดเชื้อและปรสิตได้ง่าย ผลเลือดจาก ดร.ทนพ.ณัฐวุฒิ เจริญผล อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบ biomarker เช่น DNAเสียหาย เม็ดเลือดแดงผิดปกติ พยาธิใบไม้จำนวนมาก และเม็ดเลือดขาวสูง บ่งชี้การสัมผัสโลหะหนัก
นอกจากปลาแค้ ทีมวิจัยยังตรวจปลากดและปลาตะเพียนที่ยังไม่ป่วย พบโลหะหนักต่ำกว่ามาตรฐานทั้งหมด ยกเว้นสารหนูในไส้ปลาตะเพียนที่สูง ซึ่งยังต้องเฝ้าติดตามต่อไป
ปลาแค้ โลหะหนัก ส่งผลต่อเศรษฐกิจและชุมชนอย่างไร
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รศ.ดร.ธนพล ยกตัวอย่างกรณีแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย ที่เคยพบปัญหาคล้ายกัน แต่ชุมชนเข้าใจความเสี่ยงมากขึ้นผ่านการสื่อสารและแอปพลิเคชันแสดงข้อมูลตรวจสอบจากภาครัฐ สำหรับแม่น้ำโขง ทีมวิจัยย้ำว่าการพบปลาแค้ โลหะหนักในปลาป่วย ไม่ได้หมายความว่าปลาทั้งหมดในแม่น้ำกินไม่ได้ ปลาปกติยังรับประทานได้ เพียงแต่ควรปรุงให้สุกเพื่อความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงปลาที่มีอาการป่วยเพราะเสี่ยงพยาธิในลำไส้
หลังจากนี้ อาจารย์ศรัณย์พร เกิดเกาะ หัวหน้าโครงการระบบวิทยาศาสตร์พลเมือง จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร ระบุว่าจะเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม ทั้งน้ำ ตะกอน และปลา (ป่วยและปกติ) จากชุมชนเชียงคานและหนองคาย อาทิตย์ละ 1-2 ตัว เพื่อวิเคราะห์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จากนั้นจะเผยแพร่รายงาน และประสานงานกับจังหวัดและภาครัฐ เพื่อหาทางแก้ไขต้นตอปัญหา
ปัญหาโลหะหนักในน้ำจืดเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม และน้ำทิ้ง ซึ่งในแม่น้ำโขงใหญ่ย่อมมีความซับซ้อน การวิจัยแบบนี้ช่วยให้ชุมชนมีข้อมูลวิทยาศาสตร์ในการตัดสินใจ หลีกเลี่ยงความตื่นตระหนกที่อาจกระทบอาชีพประมง
สรุปแล้ว แม้จะพบปลาแค้ โลหะหนักในบางตัวอย่าง แต่ข้อมูลยืนยันว่าปลาทั่วไปยังปลอดภัย ผู้บริโภคไม่ต้องกังวลมากเกินไป คำแนะนำสำคัญ: เลือกซื้อปลาที่สด สุขภาพดี ปรุงสุก徹底 และติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หากพบปลาป่วยจำนวนมาก สามารถแจ้งทีมวิจัยเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม สนับสนุนการวิจัยพลเมืองเพื่อสุขภาพชุมชนที่ยั่งยืน
ที่มา – นักวิจัย ‘ม.นเรศวร’ เผยผลตรวจ ‘ปลาแค้’ เลย-หนองคาย เจอสารโลหะหนัก ยันปลาทั่วไปยังรับประทานได้