นักวิชาการหนุนตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ชี้ไทยศักยภาพสูง
นักวิชาการหนุนตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ชี้ไทยศักยภาพสูง
เมื่อเร็วๆ นี้ ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ออกมาแสดงทรรศนะเชิงบวกต่อการที่รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนนโยบายจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่า นักวิชาการหนุนตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ชี้ไทยมีศักยภาพครบทุกมิติ ในการก้าวสู่การเป็นฮับระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง
เราต้องยอมรับก่อนว่าอุตสาหกรรมชิปในปัจจุบันเป็นหัวใจของเทคโนโลยีแทบทุกอย่าง ตั้งแต่สมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึง AI ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรง การที่ไทยเร่งปรับตัวไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เพราะเราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เรามีฐานการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่งมานานแล้ว การตั้งบอร์ดระดับชาติครั้งนี้จะเข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาด คือการสร้างแรงจูงใจให้ภาคการผลิตและการศึกษาวิจัยเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
ทำไมการขับเคลื่อนเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ถึงสำคัญ?
ปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้นักวิชาการหนุนตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติและเชื่อมั่นในอนาคตของไทย มีอยู่ 3 ด้านหลักดังนี้:
- ฐานธุรกิจเดิมที่เข้มแข็ง: เรามีห่วงโซ่อุปทานการผลิตดั้งเดิมที่เชื่อมโยงกับโลกอยู่แล้ว
- ทรัพยากรมนุษย์: วิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ไทยมีฝีมือและได้รับการยอมรับ
- นโยบายต่างประเทศที่สมดุล: ไทยสามารถดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลกทั้งสหรัฐฯ จีน และยุโรป โดยไม่เลือกข้าง
หากรัฐบาลสามารถบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาได้สำเร็จ เราจะเห็นการยกระดับรายได้ของประเทศจากการพึ่งพาสินค้าเกษตรไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงที่มีมูลค่าเพิ่มมหาศาล โดยต้องอาศัยการเร่ง Upskill และ Reskill แรงงานไทยให้เท่าทันโลกเทคโนโลยีที่หมุนเร็วในปัจจุบัน
การผลักดันนี้เปรียบเสมือนโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันเชื่อมั่นว่าอีกประมาณ 5-10 ปี ไทยจะมีโอกาสสูงมากในการเป็นฐานการผลิตชิปที่สำคัญของโลก สำหรับมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน นี่คือโอกาสที่ประเทศไทยควรไขว้คว้าไว้เพื่ออนาคตของคนรุ่นใหม่และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวครับ
ที่มา – นักวิชาการหนุนตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ชี้ไทยมีศักยภาพครบทุกมิติ