นัดรวมพลเชียงคาน! 48 สถาบันถกวิกฤตเหลื่อมล้ำเงินเดือนอาจารย์
เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวจากฝั่งการศึกษา เมื่อเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทั่วไทยกว่า 48 แห่ง ได้จัดการนัดรวมพลเชียงคาน! 48 สถาบันอุดมศึกษาถกวิกฤต ‘เหลื่อมล้ำเงินเดือนอาจารย์’ เร่งจับมือพันธมิตรดันร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฯ เพื่อหาทางออกให้กับบุคลากรทางการศึกษาที่กำลังเผชิญกับปัญหารายได้ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
นัดรวมพลเชียงคาน! 48 สถาบันอุดมศึกษาถกวิกฤต ‘เหลื่อมล้ำเงินเดือนอาจารย์’
การประชุมครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย โดยมีเป้าหมายหลักคือการยกระดับคุณภาพชีวิตอาจารย์และข้าราชการในมหาวิทยาลัยหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มราชภัฏ ราชมงคล และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งปัญหาหลักที่หยิบยกขึ้นมาหารือคือความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นจริงในระบบการศึกษาไทย
เจาะลึกปัญหาความเหลื่อมล้ำเงินเดือนอาจารย์
ผศ.สนิท เหลืองบุตรนาค นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ได้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในระดับบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงช่องว่างระหว่างมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่และมหาวิทยาลัยในภูมิภาค โดยเฉพาะในประเด็นดังนี้:
- ความแตกต่างระหว่างรายได้อาจารย์ประจำกับอาจารย์พิเศษที่ไม่ได้รับสวัสดิการ
- งบประมาณที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำและมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก
- ความล่าช้าในการปรับขึ้นเงินเดือนและสวัสดิการที่ไม่สอดรับกับค่าครองชีพ
ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายบุคลากรจึงเห็นพ้องต้องกันว่า การนัดรวมพลเชียงคาน! 48 สถาบันอุดมศึกษาถกวิกฤต ‘เหลื่อมล้ำเงินเดือนอาจารย์’ เร่งจับมือพันธมิตรดันร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฯ คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้บุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความมั่นคงในอาชีพ
นอกเหนือจากการทวงถามความยุติธรรมด้านรายได้แล้ว การขับเคลื่อนครั้งนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบหลักธรรมาภิบาลภายในมหาวิทยาลัยให้โปร่งใสมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าคุณภาพการศึกษาที่จะส่งต่อไปยังสถาบันการศึกษาจะมีประสิทธิภาพได้ หัวใจสำคัญคืออาจารย์และบุคลากรที่ต้องมีความพร้อมและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม หากปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข วิกฤตสมองไหลออกจากระบบราชการอาจรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
ในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมไทย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพลังจาก 48 สถาบันนี้ จะส่งเสียงไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจให้เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ผ่านสภา เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการศึกษาไทยที่ยั่งยืนและมีความเท่าเทียมอย่างแท้จริงครับ


