‘นายกฯหนู’ให้ตั้ง กกต.พิจารณาแลนด์บริดจ์

วันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘นายกฯหนู’ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าประชุมพรรค โดยมีประเด็นร้อนเรื่องค่าไฟฟ้าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 พฤษภาคมนี้ แต่ท่านนายกฯ ไม่ได้ตอบตรงๆ เพียงผายมือไปทางนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

‘นายกฯหนู’ให้ตั้ง กกต.พิจารณาเรื่องแลนด์บริดจ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้า‘นายกฯหนู’ให้ตั้ง กกต.พิจารณาเรื่องแลนด์บริดจ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นายอนุทิน ตอบสั้นๆ ว่า “เดี๋ยวประชุมพรรคก่อน” แต่เมื่อถามต่อเนื่องถึงกรณีที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ยื่นหนังสือคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ นายกฯ ยืนยันว่ารัฐบาลได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการ (กกต.) ขึ้นมาใหม่ เพื่อศึกษาพิจารณาโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อเสียงเรียกร้องของประชาชน

โครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และทำไมถึงเป็นประเด็นร้อน

โครงการแลนด์บริดจ์ หรือ Landbridge เป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของไทยที่มุ่งเชื่อมโยงเส้นทางบกจากชายแดนไทย-เมียนมา ที่ด่านแม่สอด จังหวัดตาก ไปยังท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ผ่านระบบรถไฟและถนน เพื่อลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าทางทะเลให้สั้นลง สร้างความสะดวกให้การค้าและโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Eastern Economic Corridor (EEC) ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ของประเทศได้หลายเปอร์เซ็นต์ สร้างอาชีพนับหมื่นตำแหน่ง และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เผชิญเสียงคัดค้านจากประชาชนในภาคใต้ โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนท้องถิ่น และการใช้ที่ดิน ทำให้‘นายกฯหนู’ให้ตั้ง กกต.พิจารณาเรื่องแลนด์บริดจ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อทบทวนใหม่ให้เหมาะสม

  • ประโยชน์หลักของโครงการ: ลดเวลาขนส่งจาก 7-10 วันเหลือ 1-2 วัน
  • เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันการค้าไทย-จีน-เมียนมา
  • สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมโลจิสติกส์
  • ลงทุนรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท

เสียงคัดค้านจากภาคใต้และการตอบสนองของรัฐบาล

ประชาชนภาคใต้กังวลเรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลน เขตอุทยานแห่งชาติ และวิถีชีวิตชาวบ้าน โดยยื่นหนังสือต่อรัฐบาลหลายครั้ง รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน จึงเลือกแนวทางเปิดรับฟังและปรับปรุง โดยการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจมาศึกษาใหม่ ภายใต้แนวคิด‘นายกฯหนู’ให้ตั้ง กกต.พิจารณาเรื่องแลนด์บริดจ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาปัจจัยด้าน EIA (รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม) และการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากขึ้น

นอกจากนี้ ในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยวันดังกล่าว ยังมีการหารือเรื่องนโยบายอื่นๆ เช่น ค่าไฟฟ้าที่กำลังเป็นปัญหาเรื้อรังของประชาชน ซึ่งนายกฯ มอบหมายให้ทีมเศรษฐกิจและพลังงานรับผิดชอบ รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ทิ้งประชาชน โดยมุ่งแก้ปัญหาแบบยั่งยืน

จากพัฒนาการล่าสุดนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศควบคู่กับการรับฟังเสียงประชาชน โครงการแลนด์บริดจ์ยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้า แต่ต้องสมดุลกับความยั่งยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? เชื่อว่ารัฐบาลจะปรับโครงการให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตความคืบหน้า!

ที่มา – ‘นายกฯหนู’ให้ตั้ง กกต.พิจารณาเรื่องแลนด์บริดจ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *