นิพนธ์ต่อยอดโดรน หุ่นยนต์กู้ภัย ไทย-จีน
เทคโนโลยีด้านการกู้ภัยกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการรับมือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งน้ำท่วม ไฟป่า อาคารถล่ม อุบัติเหตุขนาดใหญ่ และเหตุฉุกเฉินในพื้นที่เข้าถึงยาก ความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของประเทศไทย
ล่าสุด นายนิพนธ์ บุญญามณี อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากกองทัพบกและภาคเอกชน เดินทางไปเยี่ยมชมบริษัท Yunnan Hudian Emergency Equipment Manufacturing Limited ที่นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคำเชิญของ Mr. Jin Yunqiang
การเยี่ยมชมครั้งนี้เปิดโอกาสให้คณะผู้แทนไทยได้รับฟังข้อมูลและชมการสาธิตอุปกรณ์กู้ภัยหลายประเภท ตั้งแต่อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนสำหรับงานดับเพลิง การเกษตร และการสำรวจ ไปจนถึงสุนัขหุ่นยนต์ค้นหาและกู้ภัย หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ รวมถึงระบบสื่อสารฉุกเฉินที่ช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสบภัย
นิพนธ์ต่อยอดโดรน หุ่นยนต์กู้ภัย ไทย-จีน
ประเด็นสำคัญจากการศึกษาดูงานคือ เทคโนโลยีของจีนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสาธิตหรือการวิจัยในห้องทดลองเท่านั้น แต่ได้รับการพัฒนาให้พร้อมใช้งานจริงในสถานการณ์ต่าง ๆ อุปกรณ์แต่ละประเภทสามารถทำงานได้ทั้งด้านความมั่นคงและด้านการกู้ภัย ซึ่งเป็นแนวคิดที่เรียกว่า Dual-use หรือการใช้งานได้สองทาง
นิพนธ์ต่อยอดโดรน หุ่นยนต์กู้ภัย ไทย-จีน เพื่อภารกิจฉุกเฉิน
โดรนสำหรับงานดับเพลิงสามารถช่วยเจ้าหน้าที่สำรวจจุดเกิดเหตุจากมุมสูง ตรวจสอบทิศทางการลุกลามของไฟ และส่งข้อมูลกลับมายังศูนย์บัญชาการแบบใกล้เคียงเวลาจริง ความสามารถดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความร้อนสูง มีควันหนาแน่น หรือมีโครงสร้างอาคารไม่มั่นคง
สำหรับภาคการเกษตร โดรนยังสามารถนำไปใช้สำรวจพื้นที่เพาะปลูก ตรวจสอบสุขภาพของพืช ประเมินความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และวางแผนการจัดการน้ำหรือปุ๋ยได้อย่างแม่นยำ ขณะที่งานสำรวจสามารถใช้โดรนเก็บภาพและข้อมูลในพื้นที่กว้างได้รวดเร็วกว่าการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ด้วยวิธีปกติ
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจคือสุนัขหุ่นยนต์ค้นหาและกู้ภัย หุ่นยนต์ประเภทนี้สามารถเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ขรุขระ บันได ซากอาคาร หรือพื้นที่ที่มนุษย์เข้าไปได้ยาก พร้อมติดตั้งกล้องและเซ็นเซอร์เพื่อค้นหาผู้ประสบภัย ตรวจจับความเคลื่อนไหว และส่งภาพกลับมายังทีมปฏิบัติการ ช่วยให้การตัดสินใจของเจ้าหน้าที่มีข้อมูลประกอบมากขึ้น
ส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มีศักยภาพในการทำงานที่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวใกล้เคียงมนุษย์ เช่น การเปิดประตู การหยิบจับสิ่งของ หรือการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่อาจเป็นอันตราย เทคโนโลยีเหล่านี้ยังอยู่ในช่วงพัฒนาในหลายด้าน แต่มีโอกาสต่อยอดสู่การใช้งานด้านความปลอดภัย อุตสาหกรรม และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอนาคต
จุดเด่นของเทคโนโลยีจีนที่ไทยนำไปต่อยอดได้
จากการศึกษาดูงาน คณะผู้แทนไทยเห็นว่า จีนมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีฉุกเฉินในลักษณะครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การออกแบบ การผลิต การทดสอบ ไปจนถึงการซ่อมบำรุงและบริการหลังการขาย ความพร้อมเช่นนี้ทำให้อุปกรณ์สามารถถูกปรับปรุงให้เหมาะกับภารกิจจริง และช่วยลดปัญหาการจัดหาอะไหล่หรือการบำรุงรักษาในระยะยาว
- ใช้งานได้หลากหลาย: อุปกรณ์เดียวสามารถประยุกต์ใช้กับงานความมั่นคง การดับเพลิง การเกษตร การสำรวจ และการกู้ภัย
- ลดความเสี่ยงของบุคลากร: หุ่นยนต์และโดรนสามารถเข้าพื้นที่อันตรายแทนเจ้าหน้าที่ในภารกิจเบื้องต้น
- เพิ่มความรวดเร็ว: ระบบเก็บข้อมูลและสื่อสารช่วยให้ศูนย์บัญชาการเห็นภาพสถานการณ์ได้เร็วขึ้น
- สนับสนุนการทำงานแบบครบระบบ: มีทั้งอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ ระบบสื่อสาร และการดูแลหลังการขาย
- ต่อยอดเชิงเศรษฐกิจ: ความร่วมมืออาจนำไปสู่การผลิต การฝึกอบรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ควรพิจารณาควบคู่กับสภาพพื้นที่ กฎหมาย งบประมาณ และความพร้อมของหน่วยงานผู้ใช้งาน ไม่ใช่เพียงการจัดซื้ออุปกรณ์ แต่ต้องมีแผนฝึกอบรมผู้ควบคุม การบำรุงรักษา การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการเชื่อมโยงระบบระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ภาคเอกชนไทยยังสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้หลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ภาพจากโดรน การผลิตชิ้นส่วน การให้บริการระบบสื่อสารฉุกเฉิน และการสร้างศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทาง หากมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้ไทยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติด้วยตัวเอง
นอกจากภารกิจด้านความมั่นคงและกู้ภัยแล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวยังมีโอกาสนำไปใช้ในงานโลจิสติกส์ การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการเมือง และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล การวางระบบให้เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ ทหาร และผู้ประกอบการ จะทำให้การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินเป็นระบบมากขึ้น
การประสานความร่วมมือไทย-จีนในครั้งนี้จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่มีความหมาย เพราะเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมองเห็นแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง หากไทยสามารถนำความรู้มาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม พร้อมสร้างบุคลากรและระบบสนับสนุนที่มีมาตรฐาน ประเทศก็จะมีเครื่องมือที่ช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มุมมองที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยีโดรนและหุ่นยนต์ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงอุปกรณ์ล้ำสมัย แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการภัยพิบัติระยะยาว การผลักดันความร่วมมือด้านวิจัย การทดลองใช้งานในพื้นที่จริง และการพัฒนาบุคลากร จะทำให้แนวคิดของนิพนธ์ต่อยอดโดรน หุ่นยนต์กู้ภัย ไทย-จีน เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าร่วมกันอย่างจริงจัง เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้ไทยรับมือกับภัยพิบัติได้เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวด้านเทคโนโลยีกู้ภัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมสังคมไทยสู่อนาคตที่ปลอดภัยกว่าเดิม
ที่มา – ‘นิพนธ์’ เล็งต่อยอดเทคโนโลยีโดรน หุ่นยนต์กู้ภัย ประสานความร่วมมือไทย-จีน
