“นีอา ดาคอสตา” สานต่อ “แดนนี บอยล์” ในแบบตัวเอง
สวัสดีเพื่อนๆ แฟนหนังแนวซอมบี้และโลกสิ้นสุดทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสุดฮอตในวงการภาพยนตร์ที่กำลังทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นกันถ้วนหน้า นั่นคือ “นีอา ดาคอสตา” สานต่อ “แดนนี บอยล์” ในแบบของตัวเอง กับโปรเจกต์ 28 Years Later: The Bone Temple – 28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน: วิหารซากกะโหลก แฟรนไชส์ดังที่เริ่มจาก 28 Days Later ของแดนนี บอยล์ ตอนนี้ผ่านไป 28 ปีแล้ว แต่ความน่ากลัวยังไม่จบ!
“นีอา ดาคอสตา” สานต่อ “แดนนี บอยล์” ในแบบของตัวเอง
หลังจากที่แดนนี บอยล์และอเล็กซ์ การ์แลนด์ สร้างจักรวาลซอมบี้สุดคลาสสิกไว้ใน 28 Days Later และ 28 Weeks Later ตอนนี้ “นีอา ดาคอสตา” ผู้กำกับสาวไฟแรงได้รับหน้าที่สานต่อในภาค 28 Years Later ภาคแรกกำกับโดยแดนนี บอยล์เอง ส่วนภาคสองนี้คือ The Bone Temple ที่ดาคอสต้าจะใส่ลายเซ็นต์ของตัวเองลงไปเต็มๆ เธอเคยฝากผลงานเจ๋งๆ อย่าง Candyman (2021) ที่ผสมผสานสยองขวัญกับประเด็นสังคมได้ลงตัว และ The Marvels จากจักรวาลมาร์เวล ทำให้แฟนๆ มั่นใจว่าเธอจะพาความบ้าคลั่งของแฟรนไชนส์นี้ไปสู่อีกเลเวล
ดาคอสต้าให้สัมภาษณ์ว่า “สิ่งที่เชื่อมโยงหนังทั้งสองเรื่องคือความบ้าคลั่ง ความแปลกประหลาดเฉพาะตัว และความเป็นงานศิลปะส่วนตัวของผู้สร้าง” เธอยังบอกอีกว่าในการคุยกับแดนนี บอยล์และอเล็กซ์ การ์แลนด์ครั้งแรก เธอประกาศชัดเลยว่า “ฉันจะทำมันในแบบของฉัน ไม่ใช่เลียนแบบสไตล์แดนนี บอยล์” บทของอเล็กซ์ในภาคนี้แตกต่างจากเดิมมาก เปิดโอกาสให้ใช้ภาษาภาพยนตร์ใหม่ๆ โดยเฉพาะโครงสร้างโลกในเรื่องที่มีสองขั้วชัดเจน: โลกของจิมมี่ คริสตัลกับพวกผู้ติดตามสุดประหลาด และโลกของดร.เคลสันกับสไปค์ ที่ตัวละครหลักเดินทางข้ามระหว่างสองโลกนี้ ทำให้หนังน่าจะมีภาพ визуальныйที่หลากหลายและน่าติดตามสุดๆ
เนื้อเรื่อง “นีอา ดาคอสตา” สานต่อ “แดนนี บอยล์” ที่ชวนช็อกทุกคน
ใน 28 Years Later: The Bone Temple เรื่องราวเกิดขึ้น 28 ปีหลังการระบาดของเชื้อราเกย์ (Rage Virus) ดร.เคลสันรับบทโดยเรล์ฟ ไฟนส์ (Ralph Fiennes) ตกเข้าไปพัวพันกับความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่ช็อกโลก และผลกระทบอาจเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เรารู้จัก ขณะที่สไปค์ (อัลฟี วิลเลียมส์) ต้องเผชิญหน้ากับจิมมี่ คริสตัล (แจ็ค โอ’คอนเนลล์) ซึ่งกลายเป็นฝันร้ายที่หนีไม่พ้น ที่น่าขนลุกคือ ในโลกนี้ ผู้ติดเชื้อไม่ได้น่ากลัวที่สุดแล้ว แต่ผู้รอดชีวิตที่ไร้มนุษยธรรมต่างหากที่ประหลาดและน่าสะพรึงยิ่งกว่า! วิหารซากกะโหลก (The Bone Temple) คงเป็นสถานที่ลึกลับที่ซ่อนความลับดำมืดไว้เพียบ
นักแสดงและทีมงานสุดยอดของโปรเจกต์นี้
- เรล์ฟ ไฟนส์ (Ralph Fiennes) – ดร.เคลสัน นักแสดงรุ่นใหญ่จาก Harry Potter และ The Grand Budapest Hotel
- แจ็ค โอ’คอนเนลล์ (Jack O’Connell) – จิมมี่ คริสตัล ตัวร้ายสุดโหดจาก Unbroken
- อัลฟี วิลเลียมส์ (Alfie Williams) – สไปค์ เด็กหนุ่มที่ต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอด
- เอริน เคลลีแมน (Erin Kellyman) – จาก The Falcon and the Winter Soldier
- ไค ลูอิส-แพร์รี (Kai Lewis-Perry) – ดาวรุ่งหน้าใหม่
ทีมอำนวยการสร้างก็豪華ไม่แพ้กัน: แอนดรูว์ แมคโดนัลด์, ปีเตอร์ ไรซ์, บอร์นาร์ด เบลลิว, แดนนี บอยล์ และอเล็กซ์ การ์แลนด์ บทโดยอเล็กซ์ การ์แลนด์ ผู้เขียนสคริปต์เรื่องดังอย่าง Ex Machina และ Annihilation โคลัมเบีย พิคเจอร์สภูมิใจนำเสนอ หนังเรื่องนี้กำหนดฉายปี 2025 น่าจะเป็นจุดไฮไลต์ของแฟนหนังสยองขวัญ
ทำไม “นีอา ดาคอสตา” สานต่อ “แดนนี บอยล์” ในแบบของตัวเอง ถึงน่าติดตามขนาดนี้? เพราะมันไม่ใช่แค่ซอมบี้ธรรมดา แต่เจาะลึกจิตวิทยามนุษย์ในยามวิกฤติ ผู้รอดชีวิตกลายเป็นสัตว์ร้ายกว่ามอนสเตอร์ด้วยซ้ำ สไตล์ของดาคอสต้าที่ผสมศิลปะกับความโหดร้ายจะทำให้แฟรนไชส์นี้สดชื่นขึ้น ไม่น่าเบื่อแบบภาคเก่าๆ ผมว่ามันจะเป็นหนังที่เปลี่ยนเกมเลยล่ะ!
เพื่อนๆ แฟนหนังห้ามพลาดเลยนะ ติดตามข่าวสารรอบโลกภาพยนตร์ได้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews แล้วเจอกันในรีวิวหลังหนังฉาย!
ที่มา – “นีอา ดาคอสตา” สานต่อ “แดนนี บอยล์” ในแบบของตัวเอง ทำแฟนๆสนใจติดตามแบบรัวๆ