น่าห่วง! มะเร็งปากมดลูกพบในหญิงอายุน้อยลง แนะฉีดวัคซีน-ตรวจคัดกรอง
“มะเร็งปากมดลูก” เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่สร้างความสูญเสียต่อผู้หญิงไทยอย่างมาก โดยเฉลี่ยทุก 2 ชั่วโมงจะมีผู้หญิงไทย 1 คนเสียชีวิตจากโรคนี้ แม้ว่าการรณรงค์ด้านวัคซีนและการตรวจคัดกรองจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตลง แต่โรคนี้ยังคงเป็นภัยเงียบที่ไม่ควรถูกมองข้าม
น่าห่วง! มะเร็งปากมดลูกพบในหญิงอายุน้อยลง แนะฉีดวัคซีน-ตรวจคัดกรอง
ความน่ากังวลเพิ่มมากขึ้นเมื่อพบว่า มะเร็งปากมดลูก ตอนนี้พบในหญิงวัยน้อยกว่าที่เคย โดยก่อนหน้านี้มักพบในกลุ่มอายุ 50–60 ปี แต่ปัจจุบันมีผู้ป่วยวัย 30–40 ปี และมีรายงานว่าเคยมีผู้ป่วยเพียง 26 ปี ซึ่งเชื่อมโยงกับพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย การสูบบุหรี่ หรือมีหลายคู่นอน
สาเหตุหลักจากเชื้อ HPV
สาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกคือการติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ถึงแม้ร่างกายจะสามารถขจัดไวรัสได้เองในบางราย แต่หากติดสายพันธุ์เสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ 18 ก็อาจทำให้เซลล์ปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเป็นมะเร็งภายใน 3–10 ปี
น่าเป็นห่วงตรงที่ มะเร็ง ชนิดนี้ในระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติ จนโรคลุกลามและรักษาได้ยาก
อาการที่ควรระวัง
- ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นหรือปนเลือด
- เลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์
- เลือดออกผิดปกติที่ไม่ใช่ประจำเดือน
- ปวดท้องน้อย ขาบวม ปวดหลัง หรือไตวายหากลุกลาม
พญ. สมฤดี อุปลวัณณา สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยานรีเวช โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่าหากตรวจพบในระยะเริ่มต้น มะเร็งปากมดลูก สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด และมีโอกาสหายสูง แต่หากอยู่ในระยะที่ 2–4 จะต้องใช้การฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัดหรือภูมิคุ้มกันบำบัด ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงและโอกาสหายขาดลดลง
วัคซีน-ตรวจคัดกรองเป็นหนทาง预防
“การฉีดวัคซีน HPV เป็นเกราะป้องกันแรก และควรทำตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป โดยกลุ่มอายุ 9–15 ปี ใช้ 2 เข็ม และตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปใช้ 3 เข็ม” แพทย์อธิบายว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงสุดในผู้ที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ แต่แม้เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีนได้
อย่างไรก็ตาม การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เช่น การตรวจ Pap smear หรือตรวจหาเชื้อ HPV ยังคงสำคัญอย่างยิ่ง แม้จะได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม การตรวจอย่างสม่ำเสมอช่วยค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงที่การรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด
ปัจจุบันวัคซีน HPV สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ 2, 4 หรือนานถึง 9 สายพันธุ์ ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงได้ 70–90%
ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากมะเร็งปากมดลูก และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดี หญิงสาวทุกคนควรฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง และควบคู่กับการตรวจคัดกรองตามความเหมาะสม เพราะสุขภาพต้องดูแลตั้งแต่วันนี้
อย่ารอให้มีอาการ เพราะนั่นอาจหมายถึงสายเกินไป
ที่มา – น่าห่วง! มะเร็งปากมดลูกพบในหญิงอายุน้อยลง แนะฉีดวัคซีน-ตรวจคัดกรอง


