น้ำมันโลกพุ่งกว่า 1% รับตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านรอบใหม่
สถานการณ์ล่าสุด: น้ำมันโลกพุ่งกว่า 1% รับตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านรอบใหม่
ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดพลังงานทั่วโลกต้องเผชิญกับความผันผวนอีกครั้ง เมื่อนักลงทุนต่างจับตามองความขัดแย้งที่กลับมาคุกรุ่นขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ส่งผลให้เกิดกระแสข่าวที่ว่า น้ำมันโลกพุ่งกว่า 1% รับตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านรอบใหม่ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจขนส่งและผู้บริโภคทั่วโลกเป็นอย่างมาก
จากรายงานระบุว่า ราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 1.2% มาอยู่ที่ระดับ 84.58 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในขณะที่น้ำมันดิบเวสต์ เทกซัส อินเทอร์มีเดียต ก็ปรับเพิ่มขึ้นถึง 1.1% มาอยู่ที่ 79.28 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สาเหตุสำคัญเกิดจากการที่ทางเตหะรานยืนยันว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ ในขณะนี้ อีกทั้งยังมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันของโลก
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ น้ำมันโลกพุ่งกว่า 1% รับตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านรอบใหม่
- การประกาศยกระดับมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจจากรัฐบาลสหรัฐฯ
- การยืนยันจากอิหร่านว่าไม่มีการเจรจาในปัจจุบัน
- ความกังวลเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อาจกระทบต่อซัพพลายน้ำมันดิบ
ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมากล่าวในทิศทางที่ชัดเจนว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังลดระดับการเจรจาและมุ่งเน้นไปที่การใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันอิหร่านให้มากขึ้น ความตึงเครียดทางการเมืองนี้เองที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายต้องหันมาจับตาดูราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์ที่ทำให้ น้ำมันโลกพุ่งกว่า 1% รับตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านรอบใหม่ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความผันผวนในตลาดพลังงานหากสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายในเร็ววัน
สำหรับนักลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจพลังงาน นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องวางแผนรับมือกับความเสี่ยงให้ดี เพราะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์มักเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากและส่งผลกระทบต่อราคาในตลาดโลกได้อย่างรวดเร็วครับ
ที่มา – น้ำมันโลกพุ่งกว่า 1% รับตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านรอบใหม่