บีทีเอสใช้บัตร EMV จ่ายค่าโดยสาร 8 สาย

ผู้โดยสารรถไฟฟ้ามีข่าวดีเกี่ยวกับการเดินทางในกรุงเทพฯ หลังบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ยืนยันว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ผู้ใช้บริการสามารถใช้บัตร EMV Contactless แตะผ่านเครื่อง EDC เพื่อชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองได้ โดยมาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายค่าโดยสารร่วมที่ช่วยให้ประชาชนเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลายสายได้สะดวกขึ้น

บีทีเอสใช้บัตร EMV จ่ายค่าโดยสาร 8 สาย

มาตรการ บีทีเอสใช้บัตร EMV จ่ายค่าโดยสาร 8 สาย มีเป้าหมายช่วยลดภาระค่าครองชีพ และสนับสนุนให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น อัตราค่าโดยสารร่วมจะกำหนดค่าแรกเข้าตามเงื่อนไขไม่เกิน 17 บาท และคิดค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมด 8 สาย ได้แก่ สายสีเขียว สีทอง สีชมพู สีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง และแอร์พอร์ตเรลลิงก์

บีทีเอสใช้บัตร EMV จ่ายค่าโดยสาร 8 สายอย่างไร

ผู้โดยสารต้องใช้บัตร EMV Contactless ซึ่งเป็นบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่รองรับการแตะแบบไร้สัมผัส โดยนำบัตรไปแตะที่เครื่องอ่านบริเวณประตูพิเศษ หรือ Swing Gate ใกล้ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร เบื้องต้นธนาคารกรุงไทยจะเร่งติดตั้งเครื่อง EDC เพื่อรองรับการชำระเงินรูปแบบนี้ในสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง แต่จำนวนเครื่องในแต่ละสถานีอาจแตกต่างกันตามปริมาณผู้ใช้บริการ

ในช่วงเริ่มต้นอาจมีการติดตั้งเครื่องอ่านบัตรประมาณฝั่งละ 1-2 เครื่อง ผู้โดยสารจึงควรสังเกตป้ายประชาสัมพันธ์และช่องทางที่ระบุว่าสามารถใช้บัตร EMV ได้ การเพิ่มจำนวนเครื่องหรือปรับรูปแบบการให้บริการจะพิจารณาจากจำนวนผู้โดยสารและความหนาแน่นในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาทและไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำ

จุดเด่นของค่าโดยสารสูตรใหม่คือการไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อต้องเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลายสาย ผู้โดยสารที่เดินทางเป็นระยะทางไกลจึงมีโอกาสประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการจ่ายค่าโดยสารแยกเป็นระบบ ทั้งนี้ อัตราค่าโดยสารจะอยู่ในกรอบ 17-45 บาทต่อเที่ยว ตามหลักเกณฑ์ของมาตรการที่รัฐบาลกำหนด

มาตรการดังกล่าวกำหนดระยะเวลาให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2570 โดยรัฐบาลเตรียมกรอบงบประมาณประมาณ 5,807 ล้านบาท เพื่อชดเชยให้แก่ผู้ประกอบการและช่วยสนับสนุนการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน นอกจากนี้ยังคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนน

ผู้โดยสารต้องลงทะเบียนรับสิทธิหรือไม่

ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทุกสายจะต้องชำระค่าโดยสารเต็มจำนวนไปก่อน หากยอดค่าโดยสารเกิน 45 บาทต่อเที่ยว รัฐจะคืนเงินส่วนต่างให้แก่ผู้มีสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง กระทรวงคมนาคมเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตังในเดือนธันวาคม 2569 ผู้โดยสารจึงควรติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไข ขั้นตอนการลงทะเบียน และช่วงเวลาการคืนเงินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • เตรียมบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์ Contactless
  • ตรวจสอบว่าวงเงินหรือยอดเงินในบัตรเพียงพอต่อการชำระค่าโดยสาร
  • แตะบัตรที่เครื่อง EDC บริเวณ Swing Gate ตามจุดที่กำหนด
  • เก็บหลักฐานการทำรายการไว้ หากพบปัญหาการหักเงินหรือการเดินทาง
  • ติดตามการลงทะเบียนและการคืนส่วนต่างผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

บัตร Rabbit ยังใช้ได้ตามปกติ

แม้จะเริ่มใช้ระบบ EMV กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง แต่บัตร Rabbit ที่ผู้โดยสารใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่ถูกยกเลิก ผู้ที่เดินทางเฉพาะสายสีเขียวหรือใช้แพ็กเกจเที่ยวเดินทางอาจยังเลือกใช้บัตร Rabbit ต่อไปได้ เพราะบางแพ็กเกจมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการใช้มาตรการค่าโดยสารร่วม 17-45 บาทต่อเที่ยว ส่วนการพัฒนาบัตร Rabbit ให้รองรับระบบ EMV ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของบริษัท

ด้านจำนวนผู้โดยสาร คาดว่ามาตรการนี้อาจทำให้มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปัจจุบันที่มีผู้โดยสารรถไฟฟ้าราว 700,000 คนต่อวัน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องติดตามข้อมูลการเดินทาง รายได้จริง และจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลา 6 เดือน เพื่อนำไปประเมินผลและหารือเรื่องการแบ่งรายได้ในอนาคต

สำหรับผู้โดยสาร การเริ่มใช้บัตร EMV ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้การเดินทางข้ามระบบสะดวกขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเหรียญโดยสารทุกครั้ง แต่ในช่วงแรกควรเผื่อเวลาเดินทางและตรวจสอบจุดให้บริการให้ชัดเจน เพราะจำนวนเครื่อง EDC อาจยังไม่เพียงพอกับความต้องการในบางสถานี หากวางแผนเดินทางล่วงหน้าและเตรียมบัตรให้พร้อม ก็จะช่วยให้การใช้บริการราบรื่นมากขึ้น

สรุปแล้ว บีทีเอสใช้บัตร EMV จ่ายค่าโดยสาร 8 สาย เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้า หากระบบติดตั้งเครื่องอ่านบัตรได้ครอบคลุมและการคืนเงินทำได้รวดเร็ว มาตรการนี้จะช่วยลดค่าเดินทางและเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ พร้อมเตรียมบัตร Contactless และลงทะเบียนผ่านเป๋าตังเมื่อเปิดระบบ

ใครที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นประจำ ควรเช็กเส้นทาง ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขสิทธิให้เรียบร้อยก่อนเริ่มใช้มาตรการ เพื่อวางแผนการเดินทางให้คุ้มค่าและไม่พลาดประโยชน์ที่ภาครัฐเตรียมไว้

ที่มา – “บีทีเอส”ยัน1ม.ค.ใช้บัตรEMVสายสีเขียวจ่ายค่ารถไฟฟ้าร่วม8สาย17-45บาทได้ผ่านเครื่องEDC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *