ปคม. รวบสาวใหญ่ ติดคุกไม่เข็ด หนีบเงินทอน-ซ่อนใต้รักแร้
ปคม. รวบสาวใหญ่ ติดคุกไม่เข็ด หนีบเงินทอน-ซ่อนใต้รักแร้
ข่าวใหญ่ในวงการอาชญากรรมที่กำลังเป็นกระแส เมื่อ ปคม. รวบสาวใหญ่ ติดคุกไม่เข็ด หนีบเงินทอน-ซ่อนใต้รักแร้ โกงเงินร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยพล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผู้กำกับการกองกำกับการ 1 บก.ปคม. และ พ.ต.ต.ธีรพันธ์ หอมจันทร์ ผู้กำกับการสถานี พร้อมทีมงาน นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.น้ำผึ้ง อายุ 54 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ 174/2569 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569 ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
การจับกุมเกิดขึ้นขณะที่ผู้ต้องหากำลังเดินเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาอย่างยาวนาน หลังจากได้รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายราย โดยเฉพาะจากสภ.พระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ปคม. รวบสาวใหญ่ ติดคุกไม่เข็ด หนีบเงินทอน-ซ่อนใต้รักแร้
พฤติกรรมของสาวใหญ่นรายนี้สุดแสบและซับซ้อน เธอจะตระเวนไปตามร้านสะดวกซื้อทั่วกรุงเทพฯ ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ทำทีซื้อสินค้าราคาถูกด้วยธนบัตร 1,000 บาท จากนั้นฉวยจังหวะพูดคุยเบี่ยงเบนความสนใจของพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานวัยรุ่นที่มักไม่กล้าต่อกร จากนั้นแอบยัดธนบัตรเงินทอน 100 หรือ 500 บาท หนีบไว้ใต้รักแร้ แล้วทำทีโวยวายว่าทอนเงินไม่ครบ เพื่อหลอกเอาธนบัตรใหม่จากพนักงานอีกชุด สร้างความเสียหายให้ผู้ประกอบการนับร้อยครั้ง
ขั้นตอนกลโกงแบบละเอียด
- ขั้นที่ 1: เลือกซื้อสินค้าราคาต่ำกว่า 1,000 บาท ใช้ธนบัตรใหญ่เพื่อรับเงินทอนเยอะ
- ขั้นที่ 2: ใช้คำพูดจาหรือถามเรื่องอื่นเบี่ยงเบนสมาธิพนักงาน
- ขั้นที่ 3: แอบซุกเงินทอนบางส่วนไว้ใต้รักแร้หรือที่ลับตา
- ขั้นที่ 4: โวยวายดังๆ อ้างทอนไม่ครบ เรียกร้องเงินใหม่ทันที
- ขั้นที่ 5: หนีไปก่อนที่พนักงานจะตรวจสอบกล้องวงจรปิด
ผู้ต้องหานี้เคยถูกจับกุมในคดีคล้ายกันช่วงมิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นข่าวดังทั้งสื่อหลักและโซเชียลมีเดีย เพิ่งพ้นโทษต้นปี 2569 แต่ไม่เข็ดหลาบ กลับมาก่อเหตุซ้ำแบบเดิมๆ โดยเลือกเหยื่อพนักงานรุ่นน้องที่ขาดประสบการณ์
บทเรียนจากกรณีปคม. รวบสาวใหญ่ ติดคุกไม่เข็ด
จากประวัติพบว่าผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อหา อ้างว่าไม่เคยก่อเหตุและคนในภาพข่าวไม่ใช่ตัวเอง แต่หลักฐานแน่นหนา เบื้องต้นนำตัวส่งสภ.พระอินทร์ราชา ดำเนินคดีต่อไป กรณีนี้สะท้อนปัญหาอาชญากรรมเล็กน้อยที่ร้านสะดวกซื้อต้องเผชิญบ่อยครั้ง ในปี 2569 มีรายงานการโกงเงินทอนเพิ่มขึ้น 20% ตามข้อมูลจากสมาคมร้านค้าปลีก เนื่องจากพนักงานไม่ได้รับการฝึกอบรมเพียงพอ
เพื่อป้องกัน ผู้ประกอบการควรติดตั้งกล้อง CCTV คุณภาพสูง ฝึกพนักงานนับเงินสองรอบ ใช้ลิ้นชักแคชชียร์แบบมีช่องแยก และแจ้งเตือนลูกค้าที่โวยวายทันทีหากสงสัย นอกจากนี้ การใช้แอปสแกนธนบัตรปลอมหรือระบบ POS อัตโนมัติก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
เคล็ดลับป้องกันการโกงสำหรับพนักงานร้านสะดวกซื้อ
- นับเงินทอนให้ลูกค้าดูชัดเจนทุกครั้ง
- บันทึกธุรกรรมทุกใบเสร็จ
- กดปุ่มแจ้งผู้จัดการหากลูกค้าโวยวาย
- ตรวจสอบรักแร้หรือกระเป๋าไม่ให้เห็นเงินหลุด (อย่างสุภาพ)
- รายงานเหตุต้องสงสัยให้ตำรวจทันที
เหตุการณ์ ปคม. รวบสาวใหญ่ ติดคุกไม่เข็ด หนีบเงินทอน-ซ่อนใต้รักแร้ นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าอาชญากรรมรูปแบบใหม่ๆ กำลังพัฒนา ผู้ประกอบการต้องตื่นตัวมากขึ้น การทำงานของเจ้าหน้าที่ปคม. ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรตัวบอดี้ที่ไม่สำนึกผิด
คุณเคยเจอเหตุการณ์โกงแบบนี้หรือไม่? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเว็บไซต์เพื่อรับข่าวอาชญากรรมอัปเดต hàngวัน อย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ พนักงานร้านค้าให้ระวังตัว!
ที่มา – ‘ปคม.’ รวบสาวใหญ่ ติดคุกไม่เข็ด หนีบเงินทอน-ซ่อนใต้รักแร้ โกงเงินร้านสะดวกซื้อ