ปชน.ลังเลโหวตใคร มองยุบสภาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังจากนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้ต้องมีการเลือกนายกฯ คนใหม่ โดยพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคสำคัญที่ยังไม่ได้ตัดสินใจสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความลังเลและการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนทิศทางบ้านเมือง
ปชน.ลังเลโหวตให้ใครในช่วงเวลาที่ตัดสินชะตาบ้านเมือง
ล่าสุด ภายในวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 13.00 น. พรรค ปชน. จะจัดประชุมฉุกเฉินของ สส. ปชน. เพื่อกำหนดแนวทางในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าความลังเลในพรรค ปชน. นั้นมีสาเหตุจากความกังวลว่าหากเลือกสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทยจะดึงสมาชิกพรรคอื่นเข้ามาสนับสนุนจนกลายเป็น “รัฐบาลเสียงข้างมาก” ทำให้พรรค ปชน. ถูกจับตามองว่า “หักหลัง” หรือ “เบี้ยวสัญญา” ที่ให้ไว้กับประชาชน
แรงกดดันให้ยุบสภาเพื่อป้องกันความผิดหวัง
หลายเสียงในพรรคประชาชนเริ่มมองว่าการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์การเมืองที่ผิดปกติและขาดความชัดเจนในการบริหารประเทศในระยะสั้น ทางเลือกนี้จึงไม่ใช่แค่ทางรอดสำหรับพรรค ปชน. แต่ยังเป็นการสื่อสารว่า “ไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลชุดนี้”
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการแทนนายกฯ กล่าวชัดเจนว่า ไม่ได้ตัดสัญชาตญาณในการยุบสภา หากมีเสียงของพรรค ปชน. หรือพรรคอื่น ๆ ที่เรียกร้อง ประเด็นนี้จะถูกพิจารณาตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดที่สุด
- พรรค ปชน. ยืนยันว่าต้องการรัฐบาลที่มีเสียงข้างน้อย
- ไม่อยากให้รัฐบาลชุดหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป
- ต้องมีความปลอดภัยต่อบ้านเมืองด้านเศรษฐกิจและสังคม
เมื่อมองภาพรวมในสภาผู้แทนราษฎร เสียงของพรรคต่าง ๆ นั้นอยู่ในความสมดุลที่บางเฉียบ หากพรรค ปชน. ให้คะแนนสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เสียงรวมอาจอยู่ที่ประมาณ 280-290 เสียง ซึ่งถือว่ายังอยู่ในกรอบเจตนารมณ์ที่เคยสื่อสารกันไว้ว่า “รัฐบาลเสียงข้างน้อย”
พรรคภูมิใจไทย-เพื่อไทยกับการชิงตำแหน่งน้ำหอม
ขณะที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอกับคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 2 กันยายนนี้ เพื่อเจรจาข้อตกลงกับ ปชน. อย่างจริงจัง พรรคภูมิใจไทยก็ตั้งยุทธศาสตร์ชัดเจนว่าจะควบคุมจำนวนเสียงให้ไม่เกินขีดจำกัดที่พรรค ปชน. พอใจ
“เราเรียกร้องตั้งแต่คลิปวิวาห์พลอย ที่ผ่านมาให้ยุบสภา เพื่อให้เลือกตั้งใหม่ เพราะเรารู้ว่าความผิดปกติทางการเมืองยังมีอยู่และควรรีเซตระบบ ปชน.ไม่จำเป็นต้องมานั่งลังเลให้ใคร แต่ต้องเลือกทางที่ดีที่สุดให้ประเทศ” โฆษกพรรค ปชน. กล่าวไว้
ทั้งนี้ การที่ ปชน. จะโหวตใครเป็นนายกฯ หรือจะกดปุ่มยุบสภา ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่ส่งผลต่ออนาคตของรัฐบาลและการแก้ไขรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย
ในระยะสั้น หากไม่มีวาระชัดเจนในการตั้งรัฐบาล ความเป็นไปได้ของการยุบสภาจึงขึ้นแท่นเป็น “ทางเลือกที่ดีที่สุด” สำหรับพรรคประชาชน ที่ต้องการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกนำคนใหม่เข้ามาบริหารบ้านเมืองอย่างชอบธรรม
ในที่สุด “การเมืองไม่ควรทำด้วยความงุนงง” แต่ควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน หากพรรค ปชน. ยังรู้สึกว่าไม่มีพรรคใดน่าเชื่อถือเพียงพอให้สนับสนุน อาจแปลว่าความรู้สึกนั้นสะท้อนเสียงของประชาชนทั้งประเทศ และไม่รู้สึกหวาดเสียวหากจะเลือกทางยุบสภาตามเสียงเรียกร้อง
ที่มา – ปชน.ลังเลโหวตให้ใคร หวั่นหักหลังผิดสัญญา มองกดดันยุบสภาทางเลือกดีที่สุด