ปปป.บุกจับปลัดอร นายก อบต.บ้านใหญ่ เรียกรับ 3.5 แสน
ปปป.บุกจับปลัดอร นายก อบต.บ้านใหญ่ เรียกรับ 3.5 แสน หลังมีผู้เสียหายกล่าวหาว่า ถูกเรียกเงินเพื่อแลกกับการช่วยฝากเข้ารับราชการในตำแหน่งพนักงานส่วนท้องถิ่น คดีนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ จึงต้องติดตามข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรมอย่างรอบคอบ โดยผู้ถูกกล่าวหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ปปป.บุกจับปลัดอร นายก อบต.บ้านใหญ่ เรียกรับ 3.5 แสน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนา ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีคำสั่งให้ชุดปฏิบัติการนำโดย พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผู้กำกับการกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เข้าดำเนินการตามหมายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นางภาณี หรือปลัดอร นะราศี อายุ 63 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยสามารถควบคุมตัวได้ที่ห้องทำงานนายก อบต.ชั่วคราว ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ริมถนนสายนครนายก-น้ำตกสาริกา หลังอ่านหมายศาลแล้ว เจ้าหน้าที่ได้พาตัวไปตรวจค้นสถานที่ทำงานเดิม และพบเอกสารกับหลักฐานบางส่วนเพื่อนำไปประกอบการสอบสวน
ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวนางภาณีไปสอบสวนบริเวณชั้น 2 สภ.เมืองนครนายก โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง รายละเอียดในชั้นสอบสวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ปปป.บุกจับปลัดอร นายก อบต.บ้านใหญ่ เรียกรับ 3.5 แสน ปมฝากเข้ารับราชการ
จุดเริ่มต้นของคดีมาจากช่วงประมาณเดือนมกราคม 2567 เมื่อผู้กล่าวหา ซึ่งใช้นามสมมุติว่า “นายเอ” ได้รู้จักกับชายรายหนึ่ง และได้รับการชักชวนให้สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่และสามารถช่วยประสานงานให้เข้ารับราชการได้ แต่มีเงื่อนไขต้องจ่ายเงินจำนวน 350,000 บาท
นายเอให้ข้อมูลว่า ได้ตกลงจ่ายเงินตามจำนวนดังกล่าว และต่อมาสามารถสอบได้ลำดับที่ 1 ในตำแหน่งเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ จากนั้นได้รับการบรรจุและเข้าทำงานที่เทศบาลเมืองพัทลุง อย่างไรก็ตาม ภายหลังเทศบาลเมืองพัทลุงมีคำสั่งให้พ้นจากการเป็นพนักงาน ทำให้ผู้กล่าวหาเกิดข้อสงสัยและต้องการติดตามความรับผิดชอบจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาในปี 2568 มีการสอบบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเฉพาะกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 บางส่วน โดยมีการประกาศบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผู้กล่าวหาอ้างว่า ในช่วงกระบวนการดังกล่าวยังถูกเรียกเงินจำนวน 350,000 บาท เพื่อแลกกับการบรรจุเข้ารับราชการ
นายเอทราบภายหลังว่า เงินของตนถูกรวบรวมและส่งต่อให้นางภาณี ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งปลัด ทั้งยังระบุว่าได้รับการบรรจุจริงในช่วงหนึ่ง แต่การบรรจุดังกล่าวถูกยกเลิกภายหลัง ทำให้ไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คาดหวังไว้ เมื่อพยายามขอเงินคืนกลับถูกปฏิเสธ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในคดี
- เส้นทางการเงิน: เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่ามีการจ่าย รับ หรือส่งต่อเงินจำนวน 350,000 บาทให้บุคคลใดบ้าง
- พยานหลักฐาน: เอกสารการสมัครสอบ บัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขัน หนังสือบรรจุ และคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง อาจมีความสำคัญต่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
- พยานบุคคล: ผู้กล่าวหา ผู้ประสานงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสมัครหรือการบรรจุ อาจถูกเรียกสอบเพิ่มเติม
- ขั้นตอนทางกฎหมาย: หลังการจับกุม พนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนพิจารณาความเห็นทางคดีต่อไป
คดี ปปป.บุกจับปลัดอร นายก อบต.บ้านใหญ่ เรียกรับ 3.5 แสน สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ที่ต้องการเข้าสู่ระบบราชการ การสมัครสอบและการบรรจุข้าราชการควรดำเนินการผ่านช่องทางที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่มีการเรียกรับเงินนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมที่กำหนด
ประชาชนที่พบพฤติกรรมลักษณะนี้ควรเก็บหลักฐาน เช่น ข้อความสนทนา สลิปโอนเงิน เอกสาร หรือข้อมูลการติดต่อ และควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม การนำเสนอข่าวควรยึดข้อเท็จจริงและเคารพสิทธิของทุกฝ่าย เพราะคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนและต้องรอผลการพิจารณาตามกฎหมายต่อไป
ติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ และตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนส่งต่อ เพื่อร่วมกันสนับสนุนระบบราชการที่โปร่งใสและเป็นธรรม
ที่มา – ปปป.บุกจับ ‘ปลัดอร’ นายก อบต.บ้านใหญ่ เรียกรับเงิน 3.5 แสนฝากรับราชการ

