ปภ.เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 27 จังหวัด
สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำหลากในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. รายงานว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 27 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน บรรเทาความเดือดร้อน และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้โดยเร็วที่สุด
ข้อมูล ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่า เหตุน้ำท่วมครอบคลุม 154 อำเภอ 1,209 ตำบล และ 8,790 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 1,171,165 ครัวเรือน หรือกว่า 3,262,676 คน สาเหตุสำคัญมาจากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ รวมถึงมวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงมาสมทบกับพื้นที่ภาคกลาง ทำให้ระดับน้ำในบางจังหวัดเพิ่มขึ้น ขณะที่บางพื้นที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ปภ.เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 27 จังหวัด
ภารกิจหลักของเจ้าหน้าที่ในเวลานี้คือการดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ปภ. ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เรือ รถบรรทุก เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าไปสนับสนุนพื้นที่ประสบภัย พร้อมเร่งสูบน้ำ เปิดเส้นทางสัญจร และเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังจุดพักพิงที่ปลอดภัย
ภาพรวมพื้นที่น้ำท่วมและจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ
ในภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยมีน้ำท่วมในหลายอำเภอและประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่าหนึ่งหมื่นครัวเรือน ส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์มีพื้นที่ได้รับผลกระทบในอำเภอศรีเทพ วิเชียรบุรี และหนองไผ่ อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในทั้งสองจังหวัดมีแนวโน้มลดลงในบางจุด
สำหรับภาคกลาง สถานการณ์ยังมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพบว่าน้ำท่วมในหลายอำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 53,000 ครัวเรือน ขณะที่จังหวัดปทุมธานีและสมุทรปราการมีจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบสูงเช่นกัน ด้านจังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี สิงห์บุรี และอ่างทอง ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากบางพื้นที่มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นหรือทรงตัว
จังหวัดกาญจนบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยามีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ขณะที่สมุทรปราการมีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมากและมีรายงานผู้เสียชีวิตเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงเร่งสำรวจความเสียหาย ค้นหาผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และจัดส่งสิ่งของจำเป็นให้ถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ
ในภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครนายกเป็นพื้นที่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีทั้งน้ำท่วมขังและน้ำไหลหลากในหลายอำเภอ ขณะที่จังหวัดสระแก้ว ระยอง และจันทบุรีมีบางพื้นที่เริ่มมีระดับน้ำลดลงแล้ว แต่ยังต้องระวังฝนตกซ้ำและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดบุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ โดยส่วนใหญ่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง
กรุงเทพมหานครยังคงเป็นอีกพื้นที่สำคัญที่ต้องบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 329,000 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย กรุงเทพมหานครจึงเร่งระบายน้ำตามจุดเสี่ยง เปิดทางน้ำ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลเส้นทางหลักและพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
ประชาชนควรเตรียมตัวอย่างไรในช่วงฝนตกหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ระหว่างวันที่ 4–7 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนยังมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 5–6 ตุลาคมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน นอกจากนี้ ช่วงวันที่ 8–13 ตุลาคม ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น
เพื่อความปลอดภัย ประชาชนควรเตรียมความพร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
- ติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ และตรวจสอบระดับน้ำในพื้นที่ใกล้บ้าน
- ยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ ยานพาหนะ และสิ่งของจำเป็นขึ้นไว้ในที่สูง
- เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่มีน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยารักษาโรค ไฟฉาย แบตเตอรี่ และเอกสารประจำตัว
- หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านกระแสน้ำเชี่ยว รวมถึงพื้นที่ที่ไม่ทราบความลึกของน้ำ
- ไม่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงระหว่างเกิดพายุฝน
- เตรียมแผนอพยพและช่วยดูแลผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยงในครอบครัว
เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อให้ชุมชนกลับมาใช้ชีวิตได้เร็ว
เมื่อระดับน้ำลดลง ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่นจะเร่งสำรวจความเสียหาย ทำความสะอาดพื้นที่ เก็บกู้สิ่งกีดขวาง และฟื้นฟูเส้นทางสัญจร รวมทั้งตรวจสอบระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภคก่อนเปิดใช้งานตามปกติ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อโรค สารเคมี หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว และควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด
ปภ. ยืนยันว่าจะเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น รวมถึงการเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งผ่าน LINE @1784DDPM
สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเตรียมพร้อมและการติดตามข่าวสารเป็นเรื่องสำคัญ ทุกครัวเรือนควรวางแผนรับมือน้ำท่วมล่วงหน้า ขณะที่ทุกภาคส่วนควรร่วมมือกันดูแลผู้ประสบภัย เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด









