ประชาธิปัตย์ บี้รัฐ-กทม. รื้อกฎหมายคุม Data Center
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครเร่งรื้อกฎหมายคุม Data Center อย่างจริงจัง หลังจากพบว่าการขยายตัวของเทคโนโลยี AI ทำให้ความต้องการใช้พลังงานและทรัพยากรพุ่งสูงขึ้น จนเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เหตุผลที่ต้องเร่งรื้อกฎหมายคุม Data Center เพื่อความเป็นธรรม
นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งคำถามสำคัญไปยัง กทม. ว่าเหตุใดการอนุมัติก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่เพื่อทำดาต้าเซ็นเตอร์จึงไม่มีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน การปล่อยให้มีการใช้พลังงานมหาศาลและระบบหล่อเย็นที่ส่งเสียงรบกวน รวมถึงสร้างมลภาวะทางน้ำ เป็นสิ่งที่สะท้อนว่าที่ผ่านมาเรายังขาดการเตรียมพร้อมอย่างเป็นระบบ การรื้อกฎหมายคุม Data Center จึงเป็นทางออกที่จะช่วยอุดช่องโหว่ทางผังเมืองและป้องกันปัญหาที่จะบานปลายในอนาคต
ทำไมการคุมเข้มถึงสำคัญต่อคนเมือง?
ปัจจุบันการขออนุญาตก่อสร้างมักใช้วิธีการเปรียบเทียบประเภทอาคาร เช่น การเทียบเคียงว่าเป็นโกดังหรือสำนักงานทั่วไป ทำให้กฎเกณฑ์ในการควบคุมไม่ครอบคลุมถึงความเฉพาะตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ พรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอว่า:
- ต้องปรับปรุงผังเมืองให้รองรับดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ที่เหมาะสม ไม่ใช่ในเขตชุมชนหนาแน่น
- ตรวจสอบกระบวนการใช้พลังงานให้โปร่งใสและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- จัดทำระเบียบการจัดสรรน้ำและไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงของประชาชนก่อนภาคธุรกิจ
ทางด้านนายพรชัย มาระเนตร์ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ ยังเสริมว่าเราไม่ควรหลงใหลแค่ตัวเลขการลงทุนจนละเลยความโปร่งใส เพราะหากวันหนึ่งธุรกิจเหล่านี้ย้ายฐานการผลิตออกไป ภาระเรื่องสาธารณูปโภคที่สำรองไว้จะตกอยู่ที่ใคร นี่คือจุดที่รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจและสร้างเกณฑ์มาตรฐานขึ้นมาใหม่ให้ทันสมัย
ในมุมมองของเรา นี่คือบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่าการพัฒนาเทคโนโลยีต้องควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพชีวิตของผู้คน การที่พรรคการเมืองออกมาขยับเรื่องนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องนำกฎหมายเก่ามาปัดฝุ่นและตั้งคำถามกับการเติบโตของอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง เพื่อให้การลงทุนคุ้มค่าและไม่สร้างภาระให้คนไทยในระยะยาว
ที่มา – ‘ประชาธิปัตย์’ บี้รัฐ-กทม.รื้อกฎหมายคุม Data Center เร่งอุดช่องโหว่ผังเมือง-แก้มลพิษ