ประวัติสมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี พระมหาเถระนักปกครอง
ชื่อของ สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี เป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวาง หลังมีพระบรมราชโองการประกาศสถาปนาพระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม กรรมการมหาเถรสมาคม และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ โดยมีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี” นับเป็นอีกหนึ่งความสำคัญในเส้นทางสมณศักดิ์ของพระมหาเถระผู้ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี กับเส้นทางชีวิตบนผืนผ้าเหลือง
สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี มีนามเดิมว่า สมเกียรติ พัตตพักตร์ เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2486 ที่บ้านเลิงแฝก อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ท่านบรรพชาเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2499 ณ วัดอัมพวันห้วยแคน จังหวัดมหาสารคาม โดยมีพระครูพิพัฒน์ศีลคุณเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาอุปสมบทเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2508 ณ วัดนาโพธิ์ จังหวัดมหาสารคาม โดยมีพระครูชยธรรมานันท์เป็นพระอุปัชฌาย์
ตั้งแต่วัยเยาว์ ท่านมุ่งมั่นศึกษาพระธรรมวินัยและวิชาการอย่างจริงจัง จนสอบได้นักธรรมชั้นเอกในปี 2501 สำเร็จชั้นบาลีเตรียมอุดมศึกษาในปี 2514 และสอบได้ประโยคครูพิเศษมัธยมในปี 2519 ก่อนสำเร็จเปรียญธรรม 9 ประโยคจากสำนักเรียนวัดราชสิทธาราม กรุงเทพมหานคร ในปี 2525 ความรู้ทั้งด้านพระปริยัติธรรมและการศึกษาสามัญกลายเป็นรากฐานสำคัญของงานเผยแผ่และงานการศึกษาที่ท่านดำเนินมาโดยตลอด
สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี นักปกครองผู้ทำงานอย่างเป็นระบบ
เส้นทางงานปกครองคณะสงฆ์ของ สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี เริ่มต้นจากการทำหน้าที่เจ้าคณะ 11 วัดราชสิทธาราม ระหว่างปี 2521-2525 จากนั้นได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดอรุณราชวราราม และรับตำแหน่งด้านการปกครองในพื้นที่วัดอรุณฯ อย่างต่อเนื่อง
ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะ 4 วัดอรุณฯ เจ้าคณะแขวงวัดอรุณ รองเจ้าคณะภาค 9 และผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 9 ก่อนรับตำแหน่งเจ้าคณะภาค 9 ในปี 2564 นอกจากนี้ยังรับผิดชอบโครงการสำคัญหลายด้าน เช่น การฝึกอบรมพระอุปัชฌาย์ การกำกับดูแลโรงเรียนพระปริยัติธรรม การอบรมบาลีก่อนสอบ และโครงการหมู่บ้านศีล 5 บทบาทเหล่านี้สะท้อนถึงความสามารถด้านการบริหารและความเข้าใจบริบทของคณะสงฆ์ในแต่ละพื้นที่
บทบาทด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์
อีกภารกิจเด่นของท่านคือการสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกนักธรรมและแผนกบาลี ท่านส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรมีโอกาสเรียนรู้พระธรรมวินัยอย่างเต็มที่ พร้อมสนับสนุนการส่งพระสงฆ์ไปสอนธรรมศึกษาในสถานศึกษา รวมถึงการแสดงปาฐกถาธรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมแก่เยาวชนและประชาชน
วัดอรุณราชวรารามยังมีการมอบทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรที่สอบได้นักธรรมและบาลีเป็นประจำทุกปี การสนับสนุนลักษณะนี้ช่วยสร้างกำลังใจให้ผู้ศึกษา และทำให้การเรียนพระปริยัติธรรมมีความต่อเนื่องมากขึ้น นอกจากนั้น ท่านยังให้ความช่วยเหลือคณะสงฆ์และประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงความเมตตาและความห่วงใยต่อสังคมโดยไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัด
งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการอนุรักษ์พระไตรปิฎก
ด้านการเผยแผ่ ท่านเคยปฏิบัติงานธรรมจาริกที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และปฏิบัติงานพระธรรมทูตในหลายจังหวัด อาทิ อุบลราชธานี ขอนแก่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ประสบการณ์จากพื้นที่ที่หลากหลายทำให้ท่านเข้าใจวิถีชีวิตและความต้องการทางจิตใจของพุทธศาสนิกชนแต่ละชุมชน
นอกจากนี้ ท่านยังมีส่วนร่วมในงานวิชาการพระพุทธศาสนา โดยเป็นคณะกรรมการตรวจสอบพระสุตตันตปิฎก คณะกรรมการชำระอรรถกถา และคณะกรรมการพิจารณาตรวจต้นฉบับและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกทั้งฉบับภาษาบาลีและภาษาไทย งานเหล่านี้เป็นภารกิจที่ต้องใช้ความรู้ ความละเอียดรอบคอบ และความรับผิดชอบสูง เพราะเกี่ยวข้องกับการรักษาองค์ความรู้สำคัญของพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป
การพัฒนาวัดอรุณราชวรารามและลำดับสมณศักดิ์
ในด้านสาธารณูปการ ท่านดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ภายในวัดอรุณราชวราราม รวมถึงพระปรางค์วัดอรุณฯ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2525 งานดังกล่าวช่วยดูแลพุทธศาสนสถานให้มีความมั่นคง สวยงาม และเหมาะสมต่อการเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ตลอดจนเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ
- พ.ศ. 2539 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ราชทินนาม “พระเมธีวราภรณ์”
- พ.ศ. 2544 เป็นพระราชาคณะชั้นราช ราชทินนาม “พระราชรัตนสุธี”
- พ.ศ. 2549 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ราชทินนาม “พระเทพเมธี”
- พ.ศ. 2562 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ราชทินนาม “พระธรรมรัตนดิลก”
- พ.ศ. 2564 เป็นพระราชาคณะชั้นพรหม ราชทินนาม “พระพรหมวัชรเมธี”
- พ.ศ. 2569 ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ราชทินนาม “สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี”
ตลอดเส้นทางการทำงาน สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธีจึงเป็นพระมหาเถระที่มีบทบาทครอบคลุมทั้งงานปกครอง งานการศึกษา งานเผยแผ่ งานวิชาการ และงานสาธารณูปการ สิ่งที่น่าสนใจคือทุกภารกิจล้วนมุ่งสร้างประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและสังคม โดยมีความเมตตา ความรับผิดชอบ และความตั้งใจเป็นหลักนำทาง
เรื่องราวของสมเด็จพระวชิรโกวิทเมธีจึงไม่ใช่เพียงประวัติของพระเถระรูปหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการอุทิศตนเพื่อการศึกษา การบริหารคณะสงฆ์ และการดูแลชุมชน ผู้อ่านสามารถนำแนวคิดเรื่องความเพียรและการทำงานเพื่อส่วนรวมไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
หากบทความนี้ช่วยให้คุณรู้จักสมเด็จพระวชิรโกวิทเมธีมากขึ้น ฝากแบ่งปันเรื่องราวนี้ต่อ เพื่อร่วมเผยแพร่คุณูปการของพระมหาเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตาแก่ผู้สนใจพระพุทธศาสนา
ที่มา – เปิดประวัติ ‘สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี’ พระมหาเถระ ‘นักปกครอง-นักการศึกษา’ ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา