ผลสำรวจพบพนักงานสิงคโปร์ 3 ใน 4 ใช้เครื่องมือเอไอในการทำงาน
สำนักข่าวซินหัวรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 5 กันยายน ว่านางโจเซฟิน เตียว รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศของสิงคโปร์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในอนาคตอันใกล้ ประเทศสิงคโปร์ต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ เครื่องมือเอไอ อย่างมาก โดยเฉพาะบุคลากรที่สามารถทำงานในสายอาชีพของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไปพร้อมกับทักษะการใช้งานเครื่องมือเอไออย่างคล่องแคล่ว
ผลสำรวจพบพนักงานสิงคโปร์ 3 ใน 4 ใช้เครื่องมือเอไอในการทำงาน
ข้อมูลจากการสำรวจล่าสุดที่ดำเนินการในสิงคโปร์ชี้ให้เห็นว่า มีพนักงานจำนวน 3 ใน 4 ส่วนของแรงงานได้ใช้ เครื่องมือเอไอ ในการดำเนินงานประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเอกสาร การสื่อสาร หรือแม้กระทั่งการวางแผนทางธุรกิจ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของพนักงานในสิงคโปร์สู่การทำงานที่ผสานความสามารถของมนุษย์กับเทคโนโลยีAI ได้อย่างลื่นไหล
รัฐบาลนำพัฒนาทักษะเพื่อเตรียมทีมงานสู่ยุคAI
นางโจเซฟิน เตียว กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญอย่างมากต่อเรื่องการพัฒนาทักษะ สำหรับพนักงานทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานด้านเทคโนโลยีหรือสายนอกเทคโนโลยี เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเอไอได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การเตรียมความพร้อมของประชาชนจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์มีความได้เปรียบในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่
สิงคโปร์จึงได้มีแผนพัฒนาแบบบูรณาการ โดยร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพที่มีอยู่ในประเทศ เช่น สมาคมบัญชี สมาคมทรัพยากรบุคคล และอื่น ๆ เพื่อระบุทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีAI และนำไปสู่การจัดพวกวิทยากร หลักสูตรฝึกอบรม และประสบการณ์ที่เหมาะสมแก่ผู้เรียน
การฝึกอบรมนี้จะเน้นทั้งการเรียนรู้แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับAI วิธีการประยุกต์ใช้งานในตามาชีพประจำวัน และวิธีการใช้เครื่องมือต่าง ๆ อย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม โดยทุกโครงการจะเน้นให้เกิดความยืดหยุ่น และตอบโจทย์รอบด้าน
- พัฒนาทักษะของพนักงานส่วนรวมให้เข้ากับโลกAI
- พัฒนาความรู้เฉพาะทางร่วมกับAI สำหรับวิชาชีพสมัยใหม่
- เตรียมความพร้อมทางด้านจริยธรรมและทักษะการควบคุมAI
- เปิดโอกาสกว้างขวางสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตในภาคประชาสังคม
รัฐบาลได้สอดคล้องนโยบายดังกล่าวเข้ากับแผนการพัฒนาระยะยาวของประเทศ โดยมีเป้าหมายสร้าง “ประเทศแห่งความฉลาด” (Intelligent Nation) ที่ไม่ใช่แค่การนำเอาระบบเทคโนโลยีAIมาใช้เพียงอย่างเดียว แต่มุ่งเสริมศักยภาพบุคคลในทุกอณูให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยี
รายงานนี้ชัดเจนว่า เทคโนโลยีAI กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตการทำงานอย่างมากในสิงคโปร์ และยังเป็นโอกาสที่ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่พัฒนา เมื่อบริษัทและบุคลากรระดับประเทศต่างมีความพร้อมทำงานร่วมกับAI แล้ว สิ่งที่เหลือคือการลงทุนและการวางแผนอย่างจริงจังเพื่ออนาคต
จากแนวโน้มเชิงบวกนี้ ประเทศไทยก็อาจสามารถเรียนรู้แนวทางและปรับใช้กับสถานการณ์ของตนเองเพื่อเติมเต็มระบบทักษะประชาชนในยุคAI ให้ก้าวทันโลกได้เช่นเดียวกัน
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจพัฒนาศักยภาพของตนเองในการใช้งานเทคโนโลยีหรือAI การเริ่มต้นคือการเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ และลงมือฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ยุคAI อยู่กับเราจริง ๆ แล้ว เราควรเตรียมพร้อมหรือยัง?
ที่มา – ผลสำรวจพบพนักงานสิงคโปร์ 3 ใน 4 ใช้ “เครื่องมือเอไอ” ทำงานเป็นประจำ