ผู้ค้าปลีกอังกฤษวอนรัฐบาล เร่งเก็บภาษีนำเข้าพัสดุราคาต่ำ
ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส บรรดาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากต่างแดนอย่าง ชีอิน (Shein), ทีมู (Temu) หรืออาลีเอ็กซ์เพรส กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยโมเดลสินค้าดัมพ์ราคา แต่ความสะดวกสบายนี้กำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้กับผู้ประกอบการในสหราชอาณาจักร จนเกิดกระแสที่เหล่า ผู้ค้าปลีกอังกฤษวอนรัฐบาล เร่งเก็บภาษีนำเข้าพัสดุราคาต่ำ เพื่อปกป้องธุรกิจในประเทศ อย่างจริงจังในขณะนี้
สถานการณ์ที่บีบคั้น: ทำไมผู้ค้าปลีกอังกฤษวอนรัฐบาล เร่งเก็บภาษีนำเข้าพัสดุราคาต่ำ?
ปัจจุบันนี้ แพลตฟอร์มรายใหญ่เหล่านี้อาศัยช่องโหว่ของการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับพัสดุที่มีมูลค่าต่ำกว่า 135 ปอนด์ ซึ่งช่วยให้สินค้าจากโรงงานในจีนส่งตรงถึงมือลูกค้าได้ในราคาที่ถูกแบบเหลือเชื่อ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทำให้นักธุรกิจในอังกฤษมองว่านี่คือการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพราะภาระภาษีที่พวกเขาต้องแบกรับต่างจากคู่แข่งรายใหม่เหล่านี้อย่างสิ้นเชิง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ไม่อาจมองข้าม
จากการรวมตัวกันของ 16 แบรนด์ดัง เช่น Primark, Argos, ASOS และ Currys ที่ได้ยื่นจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ เพื่อให้ดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว พบว่าตัวเลขการนำเข้าพัสดุราคาต่ำนั้นพุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายของธุรกิจในท้องถิ่นที่ต้องจ่ายภาษีเต็มจำนวน
- ความเหลื่อมล้ำในการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง
- การสูญเสียรายได้ภาษีของรัฐบาล
- ความจำเป็นในการปรับโครงสร้างกฎหมายให้ทันสมัย
รัฐบาลถูกเรียกร้องให้เร่งกระบวนการเรียกเก็บภาษีให้เร็วขึ้นกว่าแผนเดิมที่วางไว้ในปี 2572 หากทำไม่ได้ พวกเขาเสนอให้ใช้วิธีเก็บค่าธรรมเนียมคงที่ 3 ยูโรต่อพัสดุเหมือนที่สหภาพยุโรปเคยทำ เพื่อสร้างสนามการแข่งขันที่เท่าเทียมและปกป้องการจ้างงานในประเทศ
ท้ายที่สุดแล้ว การที่ ผู้ค้าปลีกอังกฤษวอนรัฐบาล เร่งเก็บภาษีนำเข้าพัสดุราคาต่ำ เพื่อปกป้องธุรกิจในประเทศ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการรักษาผลประโยชน์ของบริษัทห้างร้านต่างๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่ารัฐบาลจะจัดสมดุลระหว่าง ‘ความสะดวกของผู้บริโภค’ กับ ‘ความอยู่รอดของเศรษฐกิจท้องถิ่น’ ได้อย่างไรในโลกการค้ายุคดิจิทัลที่ไร้พรมแดนเช่นนี้
ที่มา – ผู้ค้าปลีกอังกฤษวอนรัฐบาล เร่งเก็บภาษีนำเข้าพัสดุราคาต่ำ เพื่อปกป้องธุรกิจในประเทศ