ผู้นำเอลซัลวาดอร์ออกหน้า แก้ต่างการปฏิรูปยุติขีดจำกัดวาระดำรงตำแหน่ง
ผู้นำเอลซัลวาดอร์อภิปรายปฏิรูปยุติขีดจํากัดวาระ
ในปีที่การเมืองโลกเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ผู้นำเอลซัลวาดอร์อย่างประธานาธิบดีนาอิบ บูเคเลได้กลายเป็นประเด็นร้อนจากประกาศปฏิรูปตัดขีดจํากัดวาระการดำรงตำแหน่ง โดยในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ บูเคเลชี้แจงว่าประเทศพัฒนาแล้วถึง 90% ไม่จํากัดวาระการเลือกตั้งผู้นํา แต่เมื่อเอลซัลวาดอร์ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ ยากจนทำเช่นเดียวกัน กลับถูกวิจารณ์ว่าทําลายประชาธิปไตย
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะเทือนโลก
สภานิติบัญญัติของเอลซัลวาดอร์ซึ่งพรรคนูเอวาส อิเดอาสของบูเคเลครองมากที่สุดได้ลงมติรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเปิดช่องให้การเลือกตั้งในอนาคตไม่มีเงื่อนไข ทั้งยังขยายวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก 5 ปีเป็น 6 ปี และยกเลิกระบบทําเสียงรอบสอง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเลือกตั้ง
บูเคเลวัย 44 ปี ถือครองอำนาจอย่างเข้มแข็งนับตั้งแต่รับตำแหน่งปี 2562 และเพิ่งชนะเลือกตั้งอย่างท่วมท้นในปี 2567 โดยปัจจุบันเขามีอิทธิพลควบคุมสถาบันสำคัญของประเทศแทบเบ็ดเสร็จ ทำให้ฝ่ายค้านถึงขั้นจี้ป้ายว่าเขากำลังเปลี่ยนเป็นเผด็จการ
ปฏิรูปหรือปิดปาก?
การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการจับกุมนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและกลุ่มวิจารณ์รัฐบาล อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บุคลากรด้านสื่อและมนุษยธรรมจำนวนไม่น้อยจำเป็นต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เสียงวิจารณ์จากนานาชาติเพิ่มมากขึ้นกว่าครึ่ง
เหตุผลจากปากผู้นำ
อย่างไรก็ตาม บูเคเลยืนยันว่าการปฏิรูปยุติขีดจํากัดวาระดำรงตำแหน่งไม่ใช่ความพยายามยึดกําลังแบบผู้นําทั่วไป ทว่าเป็นการปรับให้สอดคล้องกับระบบสภานิติบัญญัติหลายประเทศที่นายกรัฐมนตรีสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ตามระยะเวลาที่ประชาชนเลือกไว้ว่าไว้ใจ
ข้อคิดจากกรณีเอลซัลวาดอร์: ความยืดหยุ่นของกฎหมายการดำรงวาระของผู้นำมักเป็นดาบสองคมเสมอ การที่ผู้นำพัฒนาแล้วอย่างเยอรมนีหรือญี่ปุ่นไม่มีการจํากัดช่วยให้พวกเขาวางนโยบายระยะยาวได้ แต่หากเกิดในประเทศกำลังพัฒนาอาจกระทบการกระจายอำนาหรือสิทธิเสรีภาพของประชาชน การจับตาพัฒนาการของผู้นำเอลซัลวาดอร์จึงเป็นกุญแจสำคัญต่อการวิเคราะห์อนาคตแนวโน้มประชาธิปไตยในลาตินอเมริกา ที่ขาดไม่ได้
ที่มา – ผู้นำเอลซัลวาดอร์ออกหน้า แก้ต่างการปฏิรูปยุติขีดจำกัดวาระดำรงตำแหน่ง