ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ยัน! ไม่มีแนวคิดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่มีแนวคิดเกี่ยวกับการดึงทุนสำรองระหว่างประเทศส่วนเกินมาใช้ในการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย โดยผู้ว่าฯ ธปท. เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานของการบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศ ที่ควรจะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นหลักประกันและหนุนหลังธนบัตรไทย อาจอยู่ในรูปของสกุลเงินต่างประเทศ เงินดอลลาร์ หรือทองคำ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในการบริหารจัดการ
ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินั้น นายวิทัย รัตนากร ยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ยังไม่มีแนวความคิดในการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติในขณะนี้ แต่หากมีข้อเสนอใด ๆ เข้ามา ธปท. ก็พร้อมที่จะพิจารณาและศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ”
สำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับค่าเงินบาท หากมีการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทโดยตรง เว้นแต่จะมีการนำเงินบาทไปซื้อหรือขายเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในรูปของสกุลเงินดอลลาร์เป็นส่วนใหญ่ การจัดตั้งกองทุนดังกล่าวจึงไม่น่าจะส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลง ดังนั้น แนวคิดที่ว่าการจัดตั้งกองทุนจะทำให้เงินบาทอ่อนค่านั้น ไม่สอดคล้องกับหลักการทางทฤษฎี
ผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำชัด ไม่มีแนวคิดจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ
“ถ้าถามว่าควรตั้งกองทุนความมั่งคั่งหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีแนวความคิดในเรื่องนี้เลย และคิดว่าในอนาคตจะดูก็ค่อยว่ากัน แต่ไม่ได้คิดที่จะทำเลย อย่างไรก็ตาม หากมีผู้เสนอแนวคิดนี้ เราก็พร้อมที่จะเข้าไปดู แต่ในขณะนี้ยังไม่มีแนวความคิดใด ๆ ทั้งสิ้น” นายวิทัย กล่าว
การบริหารจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศของธปท.
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ธปท. ยังได้กล่าวถึงการลงทุนของธปท. โดยระบุว่า “จากการตรวจสอบการลงทุนของธปท. พบว่าการบริหารจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศมีความซับซ้อน แต่เป็นความซับซ้อนในแง่ดี และมีมาตรฐานที่ดีมาก มีการจัดสัดส่วนการลงทุนไว้อย่างเหมาะสม”
นายวิทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เงินบาทแข็งค่าขึ้น 4.5% แต่ไม่ได้แข็งค่ามากเท่าช่วงก่อนหน้า และในขณะนี้หลายประเทศมีค่าเงินที่แข็งค่ากว่าประเทศไทย ซึ่งเป็นผลมาจากการขึ้นลงของเงินดอลลาร์ รวมถึงปัจจัยเงินไหลเข้าและเงินไหลออก โดยธปท. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหาต้นตอของเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ยังไม่สามารถระบุที่มาได้ หรือที่เรียกว่า Connect The Dot โดยมีกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ
“ธปท. ไม่ได้เห็นทุกอย่าง แต่เราทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อรวบรวมข้อมูล โดยมีกระทรวงการคลังเป็นแกนนำ เงินบาทควรอยู่ในจุดที่เหมาะสมตามพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ยอมรับว่าการแข็งค่าของเงินบาทไม่ได้มาจากปัจจัยภายในประเทศ แต่เป็นผลมาจากเงินดอลลาร์และกระแสเงินทุนไหลเข้าออก” นายวิทัย กล่าว
ถึงแม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีแนวคิดในการผลักดันกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ แต่การติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ การพิจารณาข้อดีข้อเสียของการมีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างต่อเนื่อง
การตัดสินใจเชิงนโยบายที่สำคัญเช่นนี้ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ครบถ้วน การวิเคราะห์ที่รอบด้าน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การตัดสินใจนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ
ที่มา – ผู้ว่าแบงก์ชาติ ยืนยันชัด! ไม่มีแนวคิดจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ