ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ไม่ขอแสดงความเห็น ปมเครือญาติสอบติดท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลมีเดียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ามีเรื่องของระบบอุปถัมภ์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ไม่ขอแสดงความเห็น ปมเครือญาติสอบติดท้องถิ่น หลังจากที่มีเพจดังอย่างชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก

ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ไม่ขอแสดงความเห็น ปมเครือญาติสอบติดท้องถิ่น

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจพบรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ ภาคใต้ เขต 1 ซึ่งพบว่ามีผู้สอบผ่าน 2 รายที่มีนามสกุลเดียวกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด และถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเครือญาติกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นที่ต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยเรื่องนี้สร้างความกังวลใจให้กับผู้สมัครสอบท่านอื่นที่ต้องการความโปร่งใสในกระบวนการสอบแข่งขัน

สรุปประเด็นดราม่า ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ไม่ขอแสดงความเห็น ปมเครือญาติสอบติดท้องถิ่น

จากการรายงานระบุว่าผู้สอบได้ลำดับที่ 4 และลำดับที่ 16 นั้น มีความเกี่ยวข้องกับผู้ว่าฯ จริงหรือไม่ ทางหน่วยงานต้นสังกัดยังไม่ได้ออกมาให้คำยืนยันที่ชัดเจน โดยข้อมูลเบื้องต้นจากเพจต้านทุจริตมีรายละเอียดดังนี้:

  • ผู้สอบลำดับที่ 4 ถูกระบุว่าเป็นน้องสาวของผวจ.นครศรีธรรมราช อายุประมาณ 46-48 ปี
  • ผู้สอบลำดับที่ 16 ถูกอ้างว่าเป็นพี่สาวของผวจ.นครศรีธรรมราช อายุประมาณ 51-52 ปี
  • ปัจจุบันผู้สอบผ่านได้รับการบรรจุแล้วในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงประเด็นดังกล่าว ท่านได้ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และให้ดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายก็แล้วกัน” ซึ่งท่าทีนี้สะท้อนให้เห็นว่าท่านต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ

หากมองในมุมของความโปร่งใส การสอบแข่งขันเข้ารับราชการควรเป็นพื้นที่ที่ให้โอกาสกับทุกคนอย่างเท่าเทียม การที่มีข่าวคราวลักษณะนี้เกิดขึ้น ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐ ดังนั้น การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะลบข้อครหาเหล่านี้ได้

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้คือความสำคัญของการตรวจสอบ (Check and Balance) ภาคประชาชนถือเป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวังความไม่ชอบมาพากลในสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งชี้แจงเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและสร้างมาตรฐานความโปร่งใสให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ที่สอบผ่านเข้ามาด้วยความสามารถจริงๆ ได้รับความเป็นธรรมครับ

ที่มา – ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ไม่ขอแสดงความเห็น ปมเครือญาติสอบติดท้องถิ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *