ผู้ว่าฯเลย จี้สอบสาวกต่างชาติบุกรุกป่าสงวนที่วัดร่มโพธิธรรม

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมต่างจับตามอง เมื่อเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานสนธิกำลังเข้าตรวจสอบกรณี ‘ผู้ว่าฯเลย’ จี้สอบ ‘สาวก’ ต่างชาติกว่า 100 ราย เข้าพัก ‘วัดร่มโพธิธรรม’ จ.เลย รุกป่าสงวน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนในพื้นที่ป่าภูค้อและป่าภูกระแต จังหวัดเลย โดยมีเนื้อที่กินวงกว้างถึง 754 ไร่เศษ

สถานการณ์ล่าสุด: ‘ผู้ว่าฯเลย’ จี้สอบ ‘สาวก’ ต่างชาติกว่า 100 ราย เข้าพัก ‘วัดร่มโพธิธรรม’ จ.เลย รุกป่าสงวน

นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าหลังจากเข้าประชุมด่วนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำถึงมาตรการเด็ดขาดใน 2 ประเด็นหลักที่ต้องเร่งดำเนินการทันที เพื่อความมั่นคงและรักษาทรัพยากรธรรมชาติของชาติเอาไว้

รายละเอียดการจัดการ ‘ผู้ว่าฯเลย’ จี้สอบ ‘สาวก’ ต่างชาติกว่า 100 ราย เข้าพัก ‘วัดร่มโพธิธรรม’ จ.เลย รุกป่าสงวน

สำหรับแผนการรับมือกับปัญหานี้ ทางจังหวัดได้วางแนวทางไว้ดังนี้:

  • ตรวจสอบสถานะชาวต่างชาติ: ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจภูธรจังหวัดเลย ตรวจสอบชาวต่างชาติกว่า 100 ราย ส่วนใหญ่มาจากเกาหลี จีน และเวียดนาม ว่ามีการพำนักเกินกฎหมายกำหนดหรือไม่
  • การคัดกรองสาวกชาวไทย: ตรวจสอบบุคคลที่เข้ามาปลูกบ้านพักอาศัยในพื้นที่อย่างละเอียด
  • การบังคับคดี: เร่งเคลื่อนย้ายผู้ไม่มีสิทธิ์ครอบครองที่ดินออกจากพื้นที่ป่าสงวนโดยเร็วที่สุด
  • เพิกถอน ส.ป.ก. มิชอบ: ดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์ครอบครองที่ดิน 7 แปลง รวม 217 ไร่ ที่ศาลตัดสินว่าผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2560

เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่าการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยโดยมิชอบนั้น นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศแล้ว ยังอาจเป็นประเด็นด้านความมั่นคงที่มองข้ามไม่ได้ การที่ผู้ว่าฯ ออกมาสั่งการเองเช่นนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการคืนผืนป่าให้กับแผ่นดินไทยและสร้างความยุติธรรมให้กับกฎหมายบ้านเมือง หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับหลายๆ พื้นที่ทั่วประเทศในการดูแลรักษาที่ดินป่าไม้ไม่ให้ถูกละเมิดโดยกลุ่มอิทธิพลหรือผู้ฉวยโอกาสครับ

ที่มา – ‘ผู้ว่าฯเลย’ จี้สอบ ‘สาวก’ ต่างชาติกว่า 100 ราย เข้าพัก ‘วัดร่มโพธิธรรม’ จ.เลย รุกป่าสงวน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *