ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ระเบียบโลกเดิมกำลังสั่นคลอน จีนทางเลือกที่สาม
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ววันนี้ ระเบียบโลกเดิมกำลังสั่นคลอน อย่างเห็นได้ชัด ผู้เชี่ยวชาญชื่อดังอย่าง “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์นี้ผ่านโพสต์บนเฟซบุ๊กแฟนเพจของตัวเอง โดยชี้ให้เห็นว่าหลายประเทศกำลังหันมอง “จีน” เป็นทางเลือกที่สาม ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและความล้มเหลวของระเบียบโลกแบบเดิมที่นำโดยสหรัฐอเมริกา การวิเคราะห์นี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่มาพร้อมหลักฐานเชิงประจักษ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในปี 2026
ระเบียบโลกเดิมกำลังสั่นคลอน
ระเบียบโลกเดิมกำลังสั่นคลอน หลังจากที่สหรัฐฯ ในฐานะ “ตำรวจโลก” เริ่มแสดงจุดอ่อน โดยเฉพาะในการจัดการวิกฤตต่างๆ เช่น การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่หยุดชะงัก หรือสงครามในยุโรปที่ยืดเยื้อ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า โลกกำลังเข้าสู่ภาวะ “Disarray” หรือความระส่ำระสาย ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางอำนาจ และนี่คือจุดที่จีนก้าวเข้ามาเติมเต็ม ด้วยยุทธศาสตร์ที่แตกต่าง ไม่ใช่การครอบงำแบบตะวันตก แต่เป็นการส่งออก “ความมั่นคง” ผ่าน Global Security Initiative (GSI) ที่มีมากกว่า 100 ประเทศสนับสนุน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การไกล่เกลี่ยระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่านในปี 2023 ซึ่งจีนทำสำเร็จ แม้ตะวันตกจะล้มเหลว นี่คือ “ใบเบิกทาง” ที่ทำให้ผู้นำทั่วโลกหันหน้าเข้าหาปักกิ่ง โดยเฉพาะกลุ่ม Global South ที่ชื่นชอบนโยบาย “ไม่แทรกแซงกิจการภายใน” ของจีน ซึ่งยั่งยืนและเป็นมิตรกว่ามาก
หลักฐานที่พิสูจน์ว่าระเบียบโลกเดิมกำลังสั่นคลอน
ข้อมูลช่วงต้นปี 2026 แสดงให้เห็นชัด ผู้นำจากตะวันออกกลาง เอเชีย และแอฟริกา เดินทางไปจีนไม่ใช่แค่ค้าขาย แต่เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องเสถียรภาพ จีนยังกลายเป็นผู้ให้กู้รายใหญ่ที่สุด แซงหน้า World Bank แล้ว พลังเศรษฐกิจนี้ถูกแปลงเป็นอำนาจทางการทูตที่แข็งแกร่ง ในไตรมาสแรกของปี มีการเยือนปักกิ่งจากผู้นำหลายทวีป เพื่อหารือบทบาทจีนในฐานะผู้ค้ำประกันสันติภาพ
นอกจากนี้ ระเบียบโลกเดิมกำลังสั่นคลอน ยังสะท้อนจากสงครามในอิหร่านที่ปะทุตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2026 จีนกลายเป็น “ท่อหายใจ” หลัก โดยรับซื้อพลังงานและสนับสนุนเทคโนโลยีป้องกันตัวให้อิหร่าน ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า สงครามนี้จะจบได้หากจีนยกระดับบทบาท โดยเสนอ 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ
- Security for Infrastructure Swap: ค้ำประกันความมั่นคงให้อิหร่าน แลกกับการยุติโครงการเสี่ยงและเปิด Strait of Hormuz อย่างถาวร โดยจีนและพันธมิตรกำกับดูแล
- The New Marshall Plan for Middle East: ใช้ AIIB ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซ่อมโครงสร้างพื้นฐาน สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ผูกติดกับจีน ทำให้กลับไปทำสงครามไม่ได้
- Balanced Multilateralism: สร้างระเบียบใหม่ผ่าน BRICS+ หรือ SCO ให้ตะวันออกกลางมีอำนาจต่อรอง โดยไม่พึ่งขั้วเดียว
ยุทธศาสตร์เหล่านี้ไม่เพียงแก้ปัญหาสงคราม แต่ยังขยายอิทธิพลจีนให้กว้างขึ้น สันติภาพกลายเป็น “สินค้าส่งออก” ตัวใหม่ของจีน
ผลกระทบต่อประเทศไทยท่ามกลางระเบียบโลกเดิมกำลังสั่นคลอน
สำหรับประเทศไทย เราต้องปรับตัวด้วย “Proactive Neutrality” หรือเป็นกลางเชิงรุก อ่านข้อมูลให้ออกว่าการเปลี่ยนขั้วนี้กระทบต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์อย่างไร โดยเฉพาะเส้นทาง Hormuz ที่สำคัญ เร่งหาโอกาสจากจีนในฐานะผู้คุมกฎใหม่ เช่น เข้าร่วม GSI หรือขยายความร่วมมือ BRI เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ในมุมมองของเรา การที่ ระเบียบโลกเดิมกำลังสั่นคลอน เป็นโอกาสให้ไทยกระจายความเสี่ยง ไม่พึ่งพาขั้วใดขั้วหนึ่ง คุณล่ะคิดอย่างไรกับบทบาทใหม่ของจีน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงโลกต่อไป!
ที่มา – ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ วิเคราะห์ระเบียบโลกเดิมกำลังสั่นคลอน หลายประเทศหันมองจีนเป็น ‘ทางเลือกที่สาม’