ฝนกระจายทั่วประเทศ 5-7 ต.ค. เตือนฝนหนัก

ฝนกระจายทั่วประเทศ 5-7 ต.ค. เป็นประเด็นที่ประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด หลังโฆษกรัฐบาลเปิดเผยการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า หลายภูมิภาคของไทยจะมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกกระจายในช่วงเวลาดังกล่าว โดยฝนจะเริ่มเคลื่อนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ก่อนจะเคลื่อนไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ ทั้งนี้ ลักษณะฝนส่วนใหญ่เป็นฝนตกกระจาย ไม่ได้ตกแช่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ประชาชนยังควรระวังฟ้าผ่าและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ

ฝนกระจายทั่วประเทศ 5-7 ต.ค. ต้องระวังพื้นที่ใดบ้าง

ในช่วง ฝนกระจายทั่วประเทศ 5-7 ต.ค. ประชาชนที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง หากพบสัญญาณฝนตกหนักหรือมีเสียงฟ้าร้อง ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟฟ้า หรือพื้นที่โล่งแจ้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่าและลมกระโชกแรง

ฝนกระจายทั่วประเทศ 5-7 ต.ค. และแนวโน้มฝนช่วงถัดไป

หลังจากวันที่ 5-7 ต.ค. ยังมีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 10-13 ต.ค. โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันตกและภาคเหนือ ซึ่งแบบจำลองสภาพอากาศในปัจจุบันประเมินว่าอาจมีฝนตกหนักกว่าพื้นที่อื่น อย่างไรก็ตาม การพยากรณ์ล่วงหน้าประมาณหนึ่งสัปดาห์ยังมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ จึงควรติดตามประกาศฉบับล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาคตะวันตก พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ส่วนภาคใต้มีแนวโน้มฝนตกมากขึ้นทั้งในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. และวันที่ 11-13 ต.ค. ลักษณะฝนในภาคใต้อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำจากภูเขาไหลลงสู่พื้นที่ชุมชนได้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เชิงเขา ลำห้วย และทางน้ำควรเตรียมพร้อมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากมีการแจ้งเตือน

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง อาจมีฝนฟ้าคะนองเป็นระยะ
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ควรระวังน้ำท่วมขังในจุดลุ่มต่ำและการจราจรติดขัด
  • กาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ มีแนวโน้มฝนตกเพิ่มขึ้น
  • ภาคใต้ควรเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง
  • พื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่โล่งแจ้งควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมระหว่างเกิดฟ้าคะนอง

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังแจ้งเตือนพื้นที่พัทยาว่าอาจเกิดฝนลักษณะเรนบอมบ์ในช่วงบ่าย โดยมีปริมาณฝนประมาณ 40 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง หากฝนตกลงมาอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในถนนและชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ต่ำ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรวางแผนการเดินทาง เตรียมร่ม และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มักมีน้ำรอการระบาย

ด้านสถานการณ์น้ำภาพรวม น้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพลยังไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ปริมาณน้ำจากนครสวรรค์เข้าสู่พื้นที่ภาคกลางเริ่มลดลง การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยายังคงอยู่ในระดับไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณเขื่อนเจ้าพระยาลดลงจากประมาณ 17.7 เมตร เหลือ 17.3 เมตร และระดับน้ำที่ไหลผ่านนนทบุรีกับกรุงเทพมหานครยังต่ำกว่าคันกั้นน้ำอยู่พอสมควร

ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันตก เขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรีและเพชรบุรีมีระดับน้ำค่อนข้างสูง จึงมีการทยอยระบายน้ำเพื่อรองรับฝนที่อาจเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำบริเวณแม่น้ำแม่กลองที่อำเภอบางคนทีและอำเภออัมพวาลดลงจากตลิ่งประมาณ 1 เมตร ถือเป็นสัญญาณที่ดีในระยะสั้น แต่ยังไม่ควรประมาท เพราะฝนระลอกใหม่อาจทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้

สำหรับภาคตะวันออก น้ำจากจังหวัดนครนายกและปราจีนบุรีเริ่มลดลง แต่ยังไหลกระจายผ่านแม่น้ำบางปะกงไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงขอให้ประชาชนในอำเภอบางคล้า อำเภอราชสาส์น และอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ขณะที่จังหวัดปทุมธานีเป็นอีกพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง เนื่องจากรับน้ำต่อเนื่องจากพื้นที่ด้านตะวันออก

หน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เตรียมเครื่องมือและกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะจังหวัดภาคใต้ซึ่งอาจเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง การเตรียมตัวของประชาชนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรเก็บเอกสารสำคัญและเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ในที่สูง เตรียมไฟฉาย ยาประจำตัว อาหารแห้ง และเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินให้พร้อม หากบ้านอยู่ใกล้ทางน้ำหรือเชิงเขา ควรสังเกตระดับน้ำและความผิดปกติของดินอย่างสม่ำเสมอ

แม้หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครจะมีระดับน้ำลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่การเดินทางในช่วงฝนตกหนักยังอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังและทัศนวิสัยไม่ดี ดังนั้น ควรเผื่อเวลาเดินทาง ลดความเร็ว และไม่ฝ่าฝืนเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ปิดกั้นไว้ ที่สำคัญคือควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการก่อนแชร์ เพื่อป้องกันความสับสนและข่าวลวง

โดยสรุป สถานการณ์ฝนระยะนี้ยังต้องติดตามทั้งฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักเฉพาะจุด และความเสี่ยงน้ำป่าไหลหลากในภาคใต้ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าและการรับฟังประกาศจากทางราชการจะช่วยลดความเสียหายได้ หากพื้นที่ใดน้ำลดแล้ว หน่วยงานสามารถเริ่มกระบวนการช่วยเหลือและเยียวยาได้ทันที ขอให้ทุกครอบครัวติดตามพยากรณ์อากาศเป็นประจำ และเตรียมแผนรับมือไว้ก่อนที่ฝนระลอกใหม่จะมาถึง

ที่มา – ‘โฆษกรัฐบาล’ เตือนฝนกระจายทั่วประเทศ 5-7 ต.ค. จับตาฝนหนักภาคตะวันตก-ภาคใต้ 11-13 ต.ค. นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *