ฝรั่งเศสประท้วงอิหร่านปิดศูนย์สอนภาษา

ฝรั่งเศสประท้วงอิหร่านปิดศูนย์สอนภาษา หลังรัฐบาลเตหะรานมีคำสั่งปิดศูนย์สอนภาษาฝรั่งเศส ซึ่งดำเนินงานอยู่ภายใต้สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในกรุงเตหะราน เหตุการณ์นี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง และสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างฝรั่งเศสกับอิหร่าน

กระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ว่า ได้เรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อประท้วงอย่างเป็นทางการต่อคำสั่งดังกล่าว ฝรั่งเศสมองว่าศูนย์สอนภาษาแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษา การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ฝรั่งเศสประท้วงอิหร่านปิดศูนย์สอนภาษา

ปาสกาล กงฟาฟเรอ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า การปิดศูนย์สอนภาษาเป็นการโจมตีบทบาททางวัฒนธรรมของฝรั่งเศสในอิหร่านอีกครั้ง พร้อมย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่มีเหตุผลรองรับและเป็นเรื่องที่ฝรั่งเศสไม่สามารถยอมรับได้ ท่าทีนี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส 2 คนถูกทำร้ายเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ด้านสำนักข่าวทาสนิมของอิหร่านรายงานว่า ศูนย์ดังกล่าวถูกปิดตามคำสั่งศาล ทางการอิหร่านกล่าวหาว่าศูนย์ใช้การสอนภาษาต่างประเทศเป็นฉากหน้าในการดำเนินกิจกรรมอื่น แม้ได้รับคำเตือนให้ยื่นขอใบอนุญาตหลายครั้งแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่าศูนย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบ่อนทำลายวัฒนธรรมและความมั่นคง รวมถึงการสร้างเครือข่ายและช่วยเหลือชาวอิหร่านที่มีทักษะสูงให้เดินทางออกนอกประเทศ

ฝรั่งเศสประท้วงอิหร่านปิดศูนย์สอนภาษา ท่ามกลางข้อกล่าวหาด้านความมั่นคง

รัฐบาลฝรั่งเศสปฏิเสธข้อกล่าวหาของอิหร่าน โดยระบุว่ารัฐบาลเตหะรานมีพฤติกรรมข่มขู่และคุกคามฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ปารีสพยายามเพิ่มการติดต่อกับภาคประชาสังคมอิหร่าน หลังเกิดการปราบปรามการประท้วงเมื่อต้นปี ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีจุดยืนแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ความสัมพันธ์ฝรั่งเศสและอิหร่านตึงเครียดมานานจากหลายปัจจัย ทั้งโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน การควบคุมตัวพลเมืองฝรั่งเศส และการจับกุมนักการทูตของทั้งสองฝ่าย แม้สถานการณ์จะเคยผ่อนคลายลงหลังพลเมืองฝรั่งเศสบางส่วนได้รับการปล่อยตัว แต่ความสัมพันธ์กลับเลวร้ายลงอีกครั้งในช่วงฤดูร้อน หลังนักการทูตฝรั่งเศส 2 คนถูกจับกุมและขับออกจากอิหร่าน ฝรั่งเศสจึงตอบโต้ด้วยมาตรการในลักษณะเดียวกัน

อีกประเด็นที่เพิ่มความร้อนแรงคือท่าทีของ ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ซึ่งโพสต์ข้อความรำลึกครบรอบ 4 ปีการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี หญิงชาวอิหร่านที่เสียชีวิตหลังถูกควบคุมตัวจากประเด็นการสวมฮิญาบในสถานที่สาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอิหร่าน

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ตอบโต้ฝรั่งเศสว่า รัฐบาลปารีสกำลังแสดงความเสียใจอย่างเสแสร้ง พร้อมกล่าวถึงประวัติศาสตร์การทำสงครามของฝรั่งเศสในแอลจีเรีย นอกจากนี้ยังตำหนิฝรั่งเศสที่นิ่งเงียบต่อกรณีสหรัฐโจมตีโรงเรียนในอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลเตหะรานกล่าวหาว่าสหรัฐเป็นผู้ลงมือ

  • ฝรั่งเศสเรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อประท้วง
  • อิหร่านอ้างว่าศูนย์สอนภาษาดำเนินงานโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
  • ฝรั่งเศสปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการบ่อนทำลายวัฒนธรรมและความมั่นคง
  • ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยังได้รับผลกระทบจากประเด็นนักการทูตและสิทธิมนุษยชน

กรณี ฝรั่งเศสประท้วงอิหร่านปิดศูนย์สอนภาษา จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทเกี่ยวกับการเปิดหรือปิดสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการแข่งขันทางการทูต อิทธิพลทางวัฒนธรรม และความไม่ไว้วางใจด้านความมั่นคงที่สะสมมานาน การปิดศูนย์อาจส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในระยะยาว

ผู้ติดตามข่าวควรพิจารณาข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายอย่างรอบคอบ เพราะข้อกล่าวหาด้านความมั่นคงและวัฒนธรรมมักมีรายละเอียดซับซ้อน การคลี่คลายสถานการณ์จำเป็นต้องอาศัยการเจรจาอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัวไปสู่ประเด็นอื่น และรักษาพื้นที่สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป

ที่มา – ฝรั่งเศสเรียกทูตอิหร่านประท้วง ปมสั่งปิดศูนย์สอนภาษาในเตหะราน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *