ฝ่ายค้านเล็งยื่นประธานสภา คดีศักดิ์สยามซุกหุ้น
เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีที่ ฝ่ายค้านเล็งยื่นประธานสภา คดีศักดิ์สยามซุกหุ้น เพื่อให้มีการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อกรณีที่มีการตีตกคำร้องไปก่อนหน้านี้ โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส. พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้านได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้ว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามขั้นตอนที่วางไว้
ฝ่ายค้านเล็งยื่นประธานสภา คดีศักดิ์สยามซุกหุ้น
การดำเนินการของฝ่ายค้านในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องของความโปร่งใสในการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยทางวิปฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลและร่างคำร้องที่รวบรวมรายชื่อจากทั้ง สส. และ สว. ที่เห็นพ้องต้องกัน เพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาในสัปดาห์หน้า โดยเป้าหมายหลักคือการให้ศาลฎีกาเข้ามาตั้งคณะผู้ไต่สวนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ว่ามีการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ หลังจากที่พบข้อเท็จจริงว่าในคำแถลงการณ์ของ ป.ป.ช. นั้นไม่มีการระบุถึงกระบวนการไต่สวนที่ชัดเจนเลย
เหตุใดฝ่ายค้านเล็งยื่นประธานสภา คดีศักดิ์สยามซุกหุ้น ในครั้งนี้?
คำถามตัวโตๆ ที่สังคมสงสัยคือ ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากตำแหน่งไปแล้วด้วยเหตุผลความผิดเรื่องการซุกหุ้น แต่เหตุใด ป.ป.ช. กลับมีมติยกคำร้องดังกล่าวโดยที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีการไต่สวนอย่างจริงจัง ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นข้อกังขาที่สร้างความไม่ไว้วางใจให้กับประชาชนต่อองค์กรอิสระ
สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญจากการตรวจสอบเบื้องต้น มีข้อสังเกตและข้อกังวลหลักๆ ดังนี้:
- ไม่มีการระบุถึงขั้นตอนการไต่สวนในเอกสารแถลงการณ์ของ ป.ป.ช.
- ความล่าช้าหรือความไม่ชัดเจนในการดำเนินงานตรวจสอบข้อเท็จจริง
- การตั้งคำถามถึงมาตรฐานการตัดสินของ ป.ป.ช. เมื่อเทียบกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
วันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่ทางวิปฝ่ายค้านจะมีการหารือร่วมกับ ป.ป.ช. เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องนี้ หากคำชี้แจงยังไม่มีน้ำหนักพอ หรือยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีการไต่สวนอย่างเป็นธรรม คดีนี้ก็อาจจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการตรวจสอบความเข้มข้นขององค์กรอิสระในประเทศไทยต่อไป ในมุมมองของเราคงต้องบอกว่า การที่ฝ่ายค้านเล็งยื่นประธานสภา คดีศักดิ์สยามซุกหุ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการแก้แค้นทางการเมือง แต่มันคือการทวงคืนความถูกต้องและธรรมาภิบาลให้กลับคืนสู่ระบบรัฐสภาไทยอีกครั้ง