พยาธิใบไม้ในตับ ปัญหาสาธารณสุข เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
เชื่อไหมครับว่า พยาธิใบไม้ในตับ ยังเป็นปัญหาสำคัญของสาธารณสุขไทย ไม่รักษาเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่พฤติกรรมการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดขาว ยังคงเป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้เราได้รับเชื้อพยาธิชนิดนี้เข้ามาสะสมในร่างกายโดยไม่รู้ตัว หลายคนอาจชะล่าใจว่ากินยาถ่ายพยาธิแล้วจะหาย หรือกินน้อยคงไม่เป็นไร แต่ความจริงนั้นน่ากลัวกว่าที่คิดครับ
พยาธิใบไม้ในตับ ยังเป็นปัญหาสำคัญของสาธารณสุขไทย ไม่รักษาเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
เจ้าตัวร้ายที่มีชื่อว่า Opisthorchis viverrini นี้มีรูปร่างแบนคล้ายใบหอก ขนาดจิ๋วเพียง 1 เซนติเมตร มันชอบไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของตับเราครับ การที่คนไทยนิยมทาน ก้อยปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม หรือปลาร้าดิบ ทำให้เราเผลอกินตัวอ่อนพยาธิที่เกาะอยู่ตามเกล็ดและเนื้อปลาเข้าไปโดยมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
ทำไมการติดเชื้อเรื้อรังถึงอันตราย?
ปัญหาใหญ่คือ เมื่อพยาธิเข้าไปอยู่ในท่อน้ำดี มันจะคอยดูดสารอาหารและขับถ่ายของเสียออกมา ทำให้เยื่อบุท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง เมื่อบวกกับสารไนโตรซามีนจากอาหารบางชนิด จะยิ่งกระตุ้นให้เซลล์ท่อน้ำดีเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด นี่คือเหตุผลว่าทำไม พยาธิใบไม้ในตับ ยังเป็นปัญหาสำคัญของสาธารณสุขไทย ไม่รักษาเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- อาการที่ควรสังเกต: ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือบางคนไม่มีอาการเลย
- การตรวจวินิจฉัย: วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิ ไม่แนะนำให้ซื้อยาทานเอง
- การรักษา: แพทย์จะใช้ยาพราซิควอนเทล (Praziquantel) ซึ่งได้ผลดีมาก
ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ การเคยเป็นพยาธิแล้วรักษาหาย ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีภูมิคุ้มกันนะครับ เราสามารถกลับมาติดใหม่ได้ทันทีหากยังทานปลาน้ำจืดดิบๆ อยู่ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือหัวใจสำคัญที่สุดครับ
ผมอยากฝากไว้ว่า มะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคร้ายที่ป้องกันได้ แค่เพียงเราเปลี่ยนมาทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน ก็สามารถลดความเสี่ยงลงได้มหาศาลแล้วครับ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว ลองหันมาใส่ใจเรื่องการปรุงอาหารให้สุกสะอาดกันดีกว่าครับ เพราะชีวิตเรามีค่าเกินกว่าจะเสี่ยงกับอาหารเมนูโปรดที่แฝงไปด้วยอันตราย
ที่มา – พยาธิใบไม้ในตับ ยังเป็นปัญหาสำคัญของสาธารณสุขไทย ไม่รักษาเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี