พิมลเร่งเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาไทย 1,200 บาทต่อวัน
หลังจากมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ผลงานของนักกีฬาไทยก็ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนกีฬาทั้งประเทศ ซึ่งจากข้อมูลล่าสุด ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมากล่าวถึงความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของนักกีฬาไทย และย้ำถึงความจำเป็นในการดูแลนักกีฬาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาและเงินอัดฉีดในซีเกมส์
สำหรับผลงานของนักกีฬาไทยในซีเกมส์ครั้งล่าสุดนั้น ถือว่าเป็นภาพรวมที่น่าชื่นใจอย่างยิ่ง จากการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันใน 50 ชนิดกีฬา มีถึง 40 ชนิดกีฬาที่สามารถยกระดับพัฒนาการของนักกีฬาและทำผลงานได้ดีกว่าซีเกมส์ครั้งก่อน ทั้งการคว้าเหรียญทองเพิ่มขึ้น และการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ
พิมลเร่งเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาไทย 1,200 บาทต่อวัน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ย้ำว่าเป็นสิ่งจำเป็นและควรเร่งผลักดัน คือ การเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาทีมชาติ ซึ่งปัจจุบันนักกีฬาได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 900 บาทต่อวัน ซึ่งไม่มีการปรับเพิ่มมานานถึง 15 ปีแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เบี้ยเลี้ยง 900 บาทนี้ยังถูกหักค่าที่พัก 300 บาท และยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก
เมื่อเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน ค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าวถือว่าต่ำเกินไป ดังนั้น ผศ.พิมล จึงเสนอให้มีการปรับเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาเป็น 1,200 บาทต่อวัน เพื่อให้นักกีฬาสามารถใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เพิ่มเงินอัดฉีดซีเกมส์ หนุนขวัญนักกีฬา
นอกจากการเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่ ผศ.พิมล ยังคงผลักดันคือ การเพิ่มเงินอัดฉีดให้กับนักกีฬาที่คว้าเหรียญในซีเกมส์ ซึ่งปัจจุบันอัตราเงินอัดฉีดยังคงอยู่ในระดับต่ำและไม่ได้ปรับมานาน ทำให้สัดส่วนของเงินรางวัลในซีเกมส์ต่ำกว่าเอเชียนเกมส์
โดย ผศ.พิมล เสนอให้มีการปรับเพิ่มเงินอัดฉีดดังนี้
- เหรียญทอง จาก 300,000 บาท เป็น 500,000 บาท
- เหรียญเงิน จาก 150,000 บาท เป็น 300,000 บาท
- เหรียญทองแดง จาก 75,000 บาท เป็น 150,000 บาท
การเพิ่มเงินอัดฉีดเหล่านี้มิได้เป็นเพียงการให้รางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นการให้เกียรติและศักดิ์ศรีแก่นักกีฬาที่เสียสละเวลาและแรงกายแรงใจมาฝึกซ้อมเพื่อประเทศชาติ
ผศ.พิมล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นักกีฬาไทยมีศักยภาพสูงและสามารถทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่การดูแลและสนับสนุนจากภาครัฐและสังคมก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้พวกเขาสามารถมุ่งมั่นฝึกซ้อมและแข่งขันได้อย่างเต็มที่ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
การเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาและเงินอัดฉีดจึงไม่ใช่การให้รางวัลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของวงการกีฬาไทย เพื่อให้นักกีฬาที่มีความสามารถสามารถพัฒนาตนเองและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติต่อไป
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไป ที่ควรให้การสนับสนุนและผลักดันให้ข้อเสนอเหล่านี้เกิดขึ้น เพื่อให้การดูแลนักกีฬาไทยเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ
การดูแลนักกีฬาไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของชาติ ดังนั้น การเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาไทย 1,200 บาทต่อวัน และการเพิ่มเงินอัดฉีดซีเกมส์ จึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการพิจารณาและดำเนินการอย่างเร่งด่วน
ที่มา – “พิมล” ยันเร่งชงเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาเป็น 1,200 บาทต่อวัน และเพิ่มเงินอัดฉีดเหรียญซีเกมส์