พ่อเลี้ยงโหดทำร้ายเด็กออทิสติก 8 ขวบดับ
คดีสะเทือนใจที่จังหวัดอุดรธานี กรณีเด็กชายวัย 8 ขวบ ซึ่งมีภาวะออทิสติกเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังย้ายไปอาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ล่าสุดคดีมีความคืบหน้า หลังพ่อแท้ๆ เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับลูกชาย
เหตุการณ์นี้ทำให้สังคมตั้งคำถามอย่างมากว่า เด็กเสียชีวิตจากสาเหตุใด และก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้นภายในบ้าน โดยเฉพาะเมื่อผลชันสูตรเบื้องต้นพบร่องรอยการบาดเจ็บรุนแรงในช่องท้อง เจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนบุคคลใกล้ชิดที่อยู่กับเด็กก่อนเสียชีวิต
พ่อเลี้ยงโหดทำร้ายเด็กออทิสติก 8 ขวบดับ
ตามรายงานระบุว่า พ่อแท้ๆ ของเด็กได้เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำศพเข้าสู่กระบวนการชันสูตรอย่างละเอียด นางปวีณาจึงประสาน พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และ พ.ต.อ.ศรายุทธ ฉ่ำผิว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรน้ำโสม เพื่ออายัดศพ ขณะที่ครอบครัวกำลังจัดงานศพที่วัด
จากนั้นมีการนำศพเด็กชายส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ในคืนวันที่ 13 ต.ค. 69 เพื่อค้นหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ขั้นตอนดังกล่าวมีความสำคัญต่อคดีอย่างมาก เพราะผลตรวจจากแพทย์สามารถใช้ประกอบการสอบสวนและพิจารณาดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้
พ่อเลี้ยงโหดทำร้ายเด็กออทิสติก 8 ขวบดับ ผลชันสูตรพบการกระทบรุนแรง
พ.ต.อ.ปกรณ์ วะศินรัตน์ แพทย์ผู้ผ่าชันสูตร เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่า พบบาดแผลภายนอกบริเวณท้องและลำตัว มีรอยช้ำเป็นจ้ำๆ เมื่อตรวจภายในพบว่าขั้วลำไส้ในช่องท้องฉีกขาด อวัยวะภายในมีร่องรอยฟกช้ำ และมีเลือดอยู่ในช่องท้องเป็นจำนวนมาก
ผลชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า ขั้วลำไส้ฉีกขาดและฟกช้ำ เสียโลหิตปริมาณมากในช่องท้อง สอดคล้องกับการได้รับแรงกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตำรวจต้องเร่งสอบสวนผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กก่อนเกิดเหตุ โดยเฉพาะแม่และพ่อเลี้ยง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
อย่างไรก็ตาม การระบุความผิดของผู้ใดต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม ผู้ต้องหายังคงมีสิทธิ์ต่อสู้คดีตามกฎหมายจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ประชาชนจึงควรติดตามข่าวจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ตำรวจออกหมายจับพ่อเลี้ยง เดินหน้าดำเนินคดี
ล่าสุดวันที่ 17 ต.ค. 69 นางปวีณาได้รับรายงานจากตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีและสถานีตำรวจภูธรน้ำโสมว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับพ่อเลี้ยงแล้ว ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาเพื่อนำมาสอบสวนและดำเนินคดีตามขั้นตอน
ตำรวจเตรียมนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดอุดรธานีในวันที่ 19 ต.ค. นี้ ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนยังต้องดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งลำดับเหตุการณ์ พยานบุคคล ผลตรวจทางนิติเวช และข้อมูลแวดล้อมภายในบ้าน เพื่อให้สำนวนคดีมีความครบถ้วนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ต่อครอบครัวเด็ก
มูลนิธิปวีณาฯ ได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการขนส่งศพมายังสถาบันนิติเวชเป็นเงิน 11,500 บาท และช่วยเหลือพ่อแท้ๆ เป็นค่าจัดงานศพของลูกชายอีก 5,000 บาท นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ยังพาพ่อแท้ๆ เดินทางไปพบตำรวจ สภ.น้ำโสม จังหวัดอุดรธานี เพื่อให้ปากคำและติดตามความคืบหน้าของคดี
นางปวีณากล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างรวดเร็ว และสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ พร้อมระบุว่ามูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยให้ครอบครัวของเด็กได้รับเงินเยียวยาตามสิทธิที่ควรได้รับ
คดีพ่อเลี้ยงโหดทำร้ายเด็กออทิสติก 8 ขวบดับ สะท้อนให้เห็นว่าเด็กที่มีความเปราะบางต้องได้รับการดูแลและคุ้มครองเป็นพิเศษ หากพบเด็กมีบาดแผลผิดปกติ มีพฤติกรรมหวาดกลัว หรือมีสัญญาณว่าอาจถูกทำร้าย ผู้ใกล้ชิดควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ บ้านพักเด็กและครอบครัว หรือสายด่วน พม. 1300 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโดยเร็ว
สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการค้นหาความจริง ให้ความเป็นธรรมแก่เด็กและครอบครัว และทำให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าอย่างโปร่งใส สังคมควรร่วมกันเฝ้าระวังความรุนแรงในครอบครัว โดยไม่เพิกเฉยต่อสัญญาณอันตราย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสียกับเด็กคนอื่นอีก