“ฟีฟา”เดินหน้าขายหุ้นให้นักลงทุนไม่สนเสียงวิจารณ์โดยเฉพาะจากยูฟา
วงการฟุตบอลโลกกำลังสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อล่าสุดมีข่าวว่า “ฟีฟา”เดินหน้าขายหุ้นให้นักลงทุนไม่สนเสียงวิจารณ์โดยเฉพาะจากยูฟา ซึ่งสร้างความแตกแยกอย่างเห็นได้ชัดในวงการลูกหนังระดับโลก ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ฟีฟาออกมาประกาศแผนจัดตั้งบริษัทลูกในนาม FIFA Forward Enterprise เพื่อเข้ามาดูแลสิทธิประโยชน์และบริหารจัดการการแข่งขันฟุตบอลโลกโดยตรง
“ฟีฟา”เดินหน้าขายหุ้นให้นักลงทุนไม่สนเสียงวิจารณ์โดยเฉพาะจากยูฟา
แผนการดังกล่าวเปรียบเสมือนพายุลูกใหญ่ที่พัดกระหน่ำ โดยฟีฟาตั้งเป้ามูลค่าบริษัทไว้สูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนจากภายนอกเข้ามาถือหุ้นได้สูงสุดถึง 20% ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้ผ่านไปได้โดยง่าย เพราะเหล่าสมาคมฟุตบอลในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะฝั่งยุโรป ต่างออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง
ทำไม “ฟีฟา”เดินหน้าขายหุ้นให้นักลงทุนไม่สนเสียงวิจารณ์โดยเฉพาะจากยูฟา ถึงเป็นประเด็นร้อน?
ปัญหาสำคัญคือความกังวลเรื่อง “จิตวิญญาณของกีฬา” ที่ยูฟาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ฟีฟาว่ากำลังขายความเป็นฟุตบอลเพื่อแลกกับเงินทุน พร้อมทั้งลงมติคว่ำบาตรการแข่งขันของฟีฟาโดยมีประเทศสมาชิกถึง 55 ประเทศเข้าร่วม ทว่าฟีฟาก็ไม่ได้นิ่งเฉยต่อกระแสต่อต้านนี้แต่อย่างใด โดยมีการโต้ตอบผ่านแถลงการณ์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจาก “ข่าวที่ไม่ถูกต้อง” พร้อมย้ำว่าฟีฟาจะไม่ยอมขายจิตวิญญาณของฟุตบอลอย่างแน่นอน
ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มีดังนี้:
- ฟีฟามองว่านี่คือ “หลักการประชาธิปไตย” ที่ทุกสมาคมใน 211 ประเทศควรมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตนเอง
- การดึงนักลงทุนภายนอกเข้ามานั้น เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับการดำเนินงานฟุตบอลในระยะยาว
- ฟีฟายืนยันว่าไม่มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่จะสามารถเป็นตัวแทนหรือบงการ 211 สมาคมฟุตบอลทั่วโลกได้
ในมุมมองของเรา นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริหารจัดการกีฬาครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก แม้เหตุผลเรื่องการเงินจะฟังดูสมเหตุสมผลในเชิงธุรกิจ แต่การรักษาความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของนักลงทุนและอุดมการณ์ของกีฬาฟุตบอลนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าศึกครั้งนี้ระหว่างฟีฟาและยูฟาจะลงเอยอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อแฟนบอลอย่างเราอย่างไรในอนาคต
ที่มา – “ฟีฟา”เดินหน้าขายหุ้นให้นักลงทุนไม่สนเสียงวิจารณ์โดยเฉพาะจากยูฟา