ภราดรซัด พริษฐ์แก้รัฐธรรมนูญอย่านำความเห็นส่วนบุคคลแทนคำวินิจฉัยศาล

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงกำลังจับตามองประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลต่ออนาคตของพวกเราทุกคน ล่าสุดมีประเด็นร้อนเมื่อ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ได้วิพากษ์วิจารณ์แนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่าเราควรยึดถือสิ่งใดกันแน่ ระหว่าง ‘หลักการกฎหมาย’ หรือ ‘วาทกรรมทางการเมือง’

ภราดรซัด พริษฐ์แก้รัฐธรรมนูญอย่านำความเห็นส่วนบุคคลแทนคำวินิจฉัยศาล

นายภราดรได้ย้ำเตือนผ่านสื่อว่า การทำงานการเมืองในเรื่องสำคัญระดับชาติเช่นนี้ ภราดรซัด พริษฐ์แก้รัฐธรรมนูญอย่านำความเห็นส่วนบุคคลแทนคำวินิจฉัยศาล โดยชี้ให้เห็นว่าทุกฝ่ายควรหันกลับมาให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงทางกฎหมาย มากกว่าการยึดติดกับตัวบุคคล โดยเฉพาะเหตุการณ์ในอดีตเมื่อปี 2567 ที่นายพริษฐ์ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ เคยนำคณะไปหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับจำนวนครั้งของการทำประชามติ ซึ่งในตอนนั้นมีการตีความในลักษณะหนึ่ง แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการในปี 2568 กลับมีความชัดเจนว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้ง (แม้จะควบรวมได้) ซึ่งต่างจากสิ่งที่เคยสื่อสารต่อสาธารณะในตอนแรก

ทำไมต้องยึดคำวินิจฉัยศาลเป็นหลัก?

นายภราดรได้ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างน่าสนใจว่า:

  • ความเห็นตุลาการเพียงท่านเดียวไม่ถือเป็นข้อยุติทางกฎหมาย
  • คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทั้งคณะคือบรรทัดฐานที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
  • การนำประเด็นนี้มาพูดคุยไม่ใช่การขุดคุ้ย แต่เป็นการสร้างบทเรียน

หากเรายังคงยึดติดกับการเอาชนะคะคานทางการเมือง หรือเร่งรีบทำคะแนนโดยละเลยความถูกต้องตามครรลองกฎหมาย สุดท้ายแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะไม่บรรลุผล และประเทศก็จะติดหล่มอยู่กับวงจรเดิมๆ ภราดรซัด พริษฐ์แก้รัฐธรรมนูญอย่านำความเห็นส่วนบุคคลแทนคำวินิจฉัยศาล เพื่อเตือนสติว่าเราควรเดินหน้าด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช่การใช้เครดิตทางการเมืองมาเป็นตัวตั้ง

ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนมองว่าการสื่อสารทางการเมืองเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ยิ่งในประเด็นกฎหมายสูงสุดของประเทศด้วยแล้ว ความชัดเจนและความถูกต้องคือหัวใจสำคัญ หากนักการเมืองมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเดียวกันคือรัฐธรรมนูญที่ประชาชนยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็น่าจะหาจุดร่วมที่เดินหน้าไปพร้อมกันได้ครับ

ที่มา – ‘ภราดร’ซัด ‘พริษฐ์’แก้รัฐธรรมนูญอย่านำความเห็นส่วนบุคคลแทนคำวินิจฉัยศาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *