ภราดรดึงสติศุภณัฐ สส.กทม. ลงพื้นที่ช่วยประชาชน
ประเด็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมยังคงเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณเยียวยาและการสื่อสารข้อมูลจากฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ล่าสุด นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัย
นายภราดรระบุว่า ไม่ควรนำข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วนมาสร้างกระแสจนทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะสถานการณ์ภัยพิบัติต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและการทำงานอย่างเป็นระบบ หากการสื่อสารคลาดเคลื่อน อาจทำให้เกิดความสับสน ความไม่ไว้วางใจ หรือความขัดแย้งในสังคมได้
ภราดรดึงสติศุภณัฐ สส.กทม. ลงพื้นที่ช่วยประชาชน
สาระสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่บทบาทของผู้แทนประชาชน นายภราดรมองว่า สส. โดยเฉพาะผู้แทนจากพื้นที่กรุงเทพฯ ควรใช้เวลาในการลงพื้นที่ รับฟังปัญหา และประสานงานกับหน่วยงานรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน มากกว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างรอบด้าน
สำหรับงบประมาณเยียวยา รัฐบาลระบุว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณในรอบแรกจำนวน 4,700 ล้านบาทแล้ว และยังเตรียมพิจารณางบกลางเพิ่มเติม หากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เสนอรายละเอียดความจำเป็นเข้ามาอย่างเป็นทางการ แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าการช่วยเหลือจะดำเนินไปตามข้อมูลความเสียหายและขั้นตอนด้านงบประมาณ
ภราดรดึงสติศุภณัฐ สส.กทม. ให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนสื่อสาร
การอภิปรายเรื่องงบประมาณเป็นหน้าที่สำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและสะท้อนเสียงของประชาชน อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ชัดเจน มีแหล่งที่มา และอธิบายให้สังคมเข้าใจได้ว่าตัวเลขต่าง ๆ คำนวณจากอะไร รวมถึงมีขั้นตอนการจัดสรรและเบิกจ่ายอย่างไร
ในมุมของประชาชน การเห็นนักการเมืองตั้งคำถามถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้หน่วยงานรัฐต้องชี้แจงและทำงานอย่างโปร่งใสมากขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน ประชาชนก็ควรได้รับข้อมูลที่ไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเฉพาะในช่วงที่หลายครอบครัวกำลังเผชิญความเสียหายจากน้ำท่วม ความเครียดและความกังวลอาจเพิ่มขึ้นได้ หากได้รับข่าวสารที่ไม่ครบถ้วนหรือถูกนำเสนอในลักษณะปลุกกระแส
แนวทางที่เหมาะสมจึงควรเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาล ฝ่ายค้าน หน่วยงานท้องถิ่น และภาคประชาชน สส. สามารถลงพื้นที่สำรวจความต้องการที่แท้จริง เช่น จำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ความเสียหายของบ้านเรือน พื้นที่เกษตร ระบบสาธารณูปโภค และความจำเป็นเร่งด่วนด้านอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค หรือที่พักชั่วคราว จากนั้นจึงนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลืออย่างตรงจุด
- ตรวจสอบตัวเลขงบประมาณจากเอกสารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง
- ประสานงานกับ ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเร่งช่วยเหลือ
- สื่อสารข้อมูลอย่างสุภาพ ชัดเจน และไม่สร้างความตื่นตระหนก
- ติดตามผลการเยียวยาให้ประชาชนได้รับสิทธิอย่างทั่วถึง
ข้อถกเถียงระหว่างนายภราดรกับนายศุภณัฐจึงไม่ได้สะท้อนเพียงความเห็นต่างทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความรับผิดชอบในการสื่อสารสาธารณะ นักการเมืองทุกฝ่ายมีสิทธิ์ตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล แต่ควรนำเสนอข้อมูลโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประสบภัยและสังคมโดยรวม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเองก็ควรเปิดเผยรายละเอียดการใช้งบประมาณให้ประชาชนตรวจสอบได้ง่าย ทั้งวงเงินที่อนุมัติ หลักเกณฑ์การจ่ายเงิน หน่วยงานผู้รับผิดชอบ และกรอบเวลาการช่วยเหลือ การชี้แจงที่รวดเร็วและโปร่งใสจะช่วยลดข่าวลือ และทำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ภราดรดึงสติศุภณัฐ สส.กทม. ลงพื้นที่ช่วยประชาชน เป็นข้อเรียกร้องที่เน้นให้ผู้แทนประชาชนทำงานใกล้ชิดกับพื้นที่ ขณะที่ข้อสังเกตเรื่องงบประมาณก็ควรได้รับคำตอบอย่างชัดเจนจากรัฐบาล ทางออกที่ดีที่สุดคือการนำข้อมูลจากทุกฝ่ายมาเปรียบเทียบ ตรวจสอบ และร่วมกันแก้ปัญหา โดยมีประชาชนผู้ประสบภัยเป็นศูนย์กลาง
ท้ายที่สุด การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ควรหยุดอยู่ที่การโต้แย้งผ่านสื่อหรือโซเชียลมีเดีย แต่ควรเปลี่ยนเป็นการลงมือทำที่เห็นผลจริง หากทุกฝ่ายร่วมกันตรวจสอบข้อมูล ลงพื้นที่ และผลักดันงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนก็จะได้รับความช่วยเหลือรวดเร็วและเป็นธรรมมากขึ้น
ที่มา – ‘ภราดร‘ดึงสติ ’ศุภณัฐ‘เป็นสส.กทม.ควรลงพื้นที่ช่วยปชช.ไม่ใช่นั่งหาข้อมูลมั่ว ดิสเครดิตรัฐบาล