ภัณฑิล ซัดงบฯ สำนักพุทธฯ ส่งผลวงการสงฆ์เละเทะไปหมด
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส. กทม. พรรคประชาชน ได้อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยเน้นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่มีวงเงินกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ วงการสงฆ์เละเทะ และมีปัญหาชัดเจน
ภัณฑิล ซัดงบฯ สำนักพุทธฯ ส่งผลวงการสงฆ์เละเทะไปหมด
นายภัณฑิล ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า การจัดสรรงบประมาณให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะในส่วนของบุคลากรที่มากถึง 1,600 ล้านบาท เหมือนกับการให้เงินให้พระ ซึ่งขัดกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเห็นได้ชัด โดยปกติแล้ว พระไม่ควรมีการถือเงิน แต่ปัจจุบันมีข่าวเกี่ยวกับพระที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและปัญหาทางเพศ สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ของวงการสงฆ์
ประเด็นความไม่เป็นธรรมต่อคนอื่น
นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความถูกต้องของงบประมาณที่ใช้ไปเพราะนักเสียภาษีในประเทศมีทั้งผู้ที่ไม่นับถือศาสนาใด รวมทั้งผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ซึ่งการให้เงินเดือนแก่พระจึงเป็นเรื่องที่อาจไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มคนเหล่านี้ อย่างไรก็ตามบุญที่ประชาชนตักบาตรให้พระก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ดังนั้นการสนับสนุนด้วยเงินของรัฐอาจไม่จำเป็นอีกต่อไป
- งบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนามีวงเงินมากกว่า 5,000 ล้านบาท
- มีการสนับสนุนแบบไม่มีเกณฑ์ชัดเจน เช่น การให้เงินวัดร่ำรวยอยู่แล้ว
- บางโครงการซ้ำซ้อนกับหน่วยงานราชการอื่น
ทั้งนี้ ในการอภิปราย นายภัณฑิล ได้เสนอแนะให้สำนักงานพระพุทธศาสนาปรับปรุงระบบที่ไม่โปร่งใส โดยเสนอว่าควรให้ชื่อวัดชัดเจนเมื่อขอรับงบประมาณ และมีหลักเกณฑ์การขอรับอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความไว้วางใจและป้องกันการทุจริต
ปัจจุบัน เรื่องของการทะเลาะวิวาท ยศขุนนางทางศาสนา และการซื้อขายตำแหน่งของพระก็กลายเป็นประเด็นไวไฟที่สังคมต้องจับตา เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงเหล่านี้แล้ว วงการสงฆ์เละเทะ จึงมีสาเหตุหลักคือโครงสร้างทางการบริหารที่ไม่สามารถคุมปัญหาได้ รวมทั้งงบประมาณที่กระจายอย่างไร้ประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามแนวทางที่เสนอจากนายภัณฑิล น่าสนใจอย่างมาก ทั้งสูตรของการแยกศาสนาออกจากกิจการรัฐ และการตั้งระบบตรวจสอบทรัพย์สินของวัดอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ถือเป็นข้อเสนอที่เปิดพื้นที่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการศาสนา โดยเฉพาะเรื่องการจัดการทางการเงินและทรัพย์สิน
สุดท้าย การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการสงฆ์มิใช่แค่เรื่องของงบประมาณเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของวินัย จรรยาบรรณ และตัวตนของผู้นำทางศาสนา จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปอย่างเข้มงวด เพื่อคืนความสมบูรณ์ของพระพุทธศาสนา
อยากรู้ข่าวแบบนี้เพิ่มเติม? ติดตามพวกเราได้ที่นี่