ภาคธุรกิจจีนค้านแผนสหรัฐขึ้นภาษีอ้างแรงงานบังคับ
ในสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวนเช่นนี้ ล่าสุดมีการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างมากจากฝั่งปักกิ่ง เมื่อมีการออกมาตอบโต้มาตรการใหม่จากวอชิงตัน โดยหัวข้อสำคัญที่ทุกฝ่ายกำลังให้ความสนใจคือ ภาคธุรกิจจีนค้านแผนสหรัฐขึ้นภาษีอ้างแรงงานบังคับ ชี้ขัดหลักการค้าพหุภาคี หลังจากที่สหรัฐฯ เตรียมจะเพิ่มภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก
ภาคธุรกิจจีนค้านแผนสหรัฐขึ้นภาษีอ้างแรงงานบังคับ ชี้ขัดหลักการค้าพหุภาคี
สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน (CCPIT) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อแผนการที่สหรัฐฯ จะจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีก 12.5% โดยอ้างสาเหตุเรื่องปัญหาแรงงานบังคับ ซึ่งทางฝั่งจีนมองว่ามาตรการนี้คือการนำกฎหมายภายในประเทศมาครอบคลุมผู้อื่นโดยมิชอบ
ทำไมภาคธุรกิจจีนค้านแผนสหรัฐขึ้นภาษีอ้างแรงงานบังคับ?
เหตุผลหลักที่จีนหยิบยกมาโต้แย้งมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- การบังคับใช้กฎหมายฝ่ายเดียว: จีนมองว่าสหรัฐฯ ใช้มาตรฐานของตนเองมากดดันประเทศอื่น ซึ่งผิดธรรมเนียมการค้าระหว่างประเทศ
- ทำลายระบบพหุภาคี: มาตรการนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามที่เบี่ยงเบนไปจากกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก (WTO)
- ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน: การขึ้นภาษีแบบเหมารวมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของสินค้าทั่วโลก
ทางด้านซีซีพีไอทีได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการนำข้ออ้างเรื่องแรงงานมาเป็นเครื่องมือในการกีดกันทางการค้าเกินขอบเขต และขอให้หันมาใช้วิธีการเจรจาผ่านการหารือร่วมกันเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมแทนการตั้งกำแพงภาษีที่เป็นภาระต่อต้นทุนสินค้าและผู้บริโภคในระยะยาว
ความขัดแย้งเชิงนโยบายครั้งนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ไม่เพียงแต่กระทบแค่คู่ค้านำเข้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกโดยรวมที่กำลังฟื้นตัว ซึ่งเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าสหรัฐฯ จะมีการทบทวนท่าทีในเรื่องภาษี 301 นี้อย่างไร ในขณะที่ภาคธุรกิจในหลากหลายประเทศก็เริ่มออกมาเป็นกังวลถึงผลกระทบที่จะตามมาหากสงครามการค้าเข้าสู่โหมดตึงเครียดมากขึ้น
ที่มา – ภาคธุรกิจจีนค้านแผนสหรัฐขึ้นภาษีอ้างแรงงานบังคับ ชี้ขัดหลักการค้าพหุภาคี